- 02 ก.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
เป็นความเรียบง่ายที่น่าเจริญรอยตามสำหรับการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 96 ปี ของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ โดยล่าสุดพล.อ.เปรม ได้มีการเปิดบ้านแม่ทัพ เลขที่ 1885 หน้ากองบัญชาการช่วยรบที่ 2 (บชร.2) กองทัพภาคที่ 2 ซอยสืบศิริ 32 ถนนสืบศิริ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ให้ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ คหบดี นักธุรกิจและภาคเอกชน เข้าอวยพรวันเกิด โดยมี พล.ท. วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา , พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (รอง ผบช.ภ.3) นำ คณะนายทหาร ตำรวจ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา และพ่อค้านักธุรกิจคนใกล้ชิด เข้ามอบแจกันดอกไม้ร่วมอวยพรอย่างพร้อมเพรียงกัน
ทั้งนี้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ กล่าวให้โอวาทกับผู้ที่เข้าร่วมอวยพรวันเกิด ความตอนหนึ่งว่า “วันนี้ขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมอวยพรวันเกิด และดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง ซึ่งคงจะมีคนมาชี้แจงแล้วว่าทำไมเราต้องมาอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ ทุกคนเข้าใจแต่หลายคนก็ไม่ค่อยชอบใจ ซึ่งเรื่องของการไม่ชอบกับเรื่องของการทะเลาะกัน หลายคนแยกกันไม่ออก ถ้าเราไม่ชอบก็บอกกันว่าไม่ชอบแค่นั้น แต่ถ้าไม่ชอบแล้วนำมาเป็นเหตุผลในการทะเลาะกันนี่ มันเป็นเรื่องน่าคิด และน่าอับอายที่คนไทยด้วยกันพูดกันไม่ค่อยเข้าใจ ซึ่งเรื่องนี้เห็นจะต้องอาศัย พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้ไปทำความเข้าใจให้กับประชาชนทั้งภาคอีสาน เพราะถ้าไม่ชอบกันแล้วทะเลาะกันจนคนไทยไม่สามารถมองหน้ากันได้ เช่นนี้เป็นเรื่องที่น่าหนักใจและน่าอับอายมาก”
นอกจากนี้ พล.อ.เปรม ยังได้ฝากทุกฝ่ายให้ร่วมด้วยช่วยกันดูแลบ้านเมือง ความว่า “ เมื่อวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปอวยพรที่บ้าน ตนก็พูดเช่นนี้ บอกให้นายกรัฐมนตรี พยายามทำให้คนไทยเข้าใจ ทำให้รู้ให้ได้ว่าอะไรคืออะไร ต้องทำให้สำเร็จ ถ้าวันนี้ยังทำไม่สำเร็จก็ต้องเดินหน้าทำต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ วันนี้อาจจะนอกเรื่องไปหน่อย แต่โปรดฟังว่าตนกำลังพูดถึงเรื่องของชาติบ้านเมือง ไม่ได้พูดถึงเรื่องการเมือง เพราะตนได้วางมือจากการเมืองไปนานแล้ว จะไม่เข้าไปยุ่งกับการเมืองอีกแล้ว...
แต่ที่พูดวันนี้เพราะรู้สึกเป็นห่วงบ้านเมืองของเรา ว่าเรากำลังต้องการความเข้าใจซึ่งกันและกัน ใครผิดก็ต้องว่าผิด ใครถูกก็ต้องว่าถูกแค่นั้น ก็ขอขอบใจแม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่ปรารถนาดีมาอวยพรวันเกิด ได้บอกกับนายกรัฐมนตรีว่า ตนแก่แล้ว อายุมากแล้ว คงจะช่วยอะไรได้ไม่มาก แต่ที่ทำได้คือช่วยบอกกับคนที่ตนพบ คนที่ตนได้เจรจาด้วย โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ให้เขาเข้าใจสถานการณ์ของบ้านเมืองไทยขณะนี้ ซึ่งเขานึกไม่ออกเพราะบ้านเมืองเขาไม่มีเหมือนบ้านเรา สุดท้ายขอให้ทุกคนมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อนำบ้านเมืองเราไปสู่ความสงบเรียบร้อย และมีความเข้าใจซึ่งกันและกันตลอดไป”
