- 03 ก.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
วันนี้ (3 ก.ย.) ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายที่ชัดเจนในการปราบปรามการทุจริต และต้องลงมือปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม รวมถึงเพิ่มอำนาจศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) ติดตามรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชนในกำกับด้วยนั้น ถือว่า รัฐบาลมาถูกทาง เพราะปัญหาการทุจริต นับวันได้แทรกซึมเข้าไปทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ รวมทั้งองค์การมหาชนในกำกับด้วย ขอให้รัฐบาลเอาจริง เชื่อว่าได้ผล และจะทำให้รัฐบาลได้รับความนิยมจากประชาชน
"แม้ขณะนี้รัฐบาลเพิ่งจะเริ่มต้น และ เริ่มดำเนินการ ผมก็สัมผัสได้ว่า ทุกภาคส่วนมีความเกรงกลัว สิ่งที่สำคัญ คือ เมื่อรัฐบาลดำเนินการสิ่งเหล่านี้ ต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้เกิดกระแสต่อสังคม ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้ยำเกรงมากขึ้น และที่สำคัญอย่าให้เป็นไฟไหม้ฟางเหมือนอดีตที่ผ่าน ทำเพื่อสร้างภาพเพียงแค่บางช่วงเวลา แต่ต้องทำตลอด โดยเฉพาะหน่วยงานผู้ปราบปรามที่ได้รับมอบหมาย ถ้ามีการเรียกทรัพย์สิน ต้องดำเนินการรับโทษที่รุนแรงขึ้น และสนับสนุนข้อกังวลของรัฐบาลต่อเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย แต่ผมยืนยันได้เลยว่า ถ้ามีการลงโทษเจ้าหน้าที่ระดับสูงให้เป็นตัวอย่าง ระดับล่างอย่างไรก็ไม่กล้า" นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวอีกว่า กรณีที่รัฐบาลนำมาตรา 44 มาใช้นั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่อำนาจพิเศษตามมาตรา44 ก็ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง อย่าใช้บ่อยเกินไป ที่สำคัญเวลาใช้แต่ละทีต้องเล็งเป้าให้แม่น หมายถึงหลักฐานต่างๆ ต้องชัด เพราะถ้าไม่ชัดเมื่อมีข้อครหา รัฐบาลจะเสียหายได้ แต่ที่สำคัญคดีทางการเมือง โดยเฉพาะจำนำข้าว ไม่ควรนำ ม.44 มาใช้ เพราะจะถูกกล่าวหาว่ากลั่นแกล้งได้ ขนาดตามขั้นตอนกฏหมายปกติ เขายังกล่าวหาว่ากลั่นแกล้งเลย ดังนั้นต้องระมัดระวัง
นอกจากนี้ นพ.วรงค์ ยังกล่าว ฝากนายกฯ ถึงการปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะการเรียกค่าเสียหาย คดีรับจำนำข้าว ต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการคิดค่าเสียหายเพียง 3 โครงการ จากทั้งหมด 5 โครงการ รวมทั้งมีการลดราคามากผิดปกติ จาก 2.86 แสนล้าน ลดให้ 80% เหลือ 3.7 หมื่นล้าน ซึ่งตนทราบว่านายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณารับผิดทางแพ่ง ยังแสดงอาการโยกโย้ ดื้อดึง เหมือนแสดงความเกรงใจต่อใครบางคน ทั้ง ๆ ที่การกระทำไม่สามารถอธิบายให้สังคมเข้าใจได้เลย พฤติกรรมเหล่านี้อาจเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ชัดเจน จึงขอให้นายกฯอย่าปล่อยให้ให้คณะกรรมการชุดนี้ทำให้นายกฯเสียหายเป็นอันขาด ตนยืนยันว่าถ้าปล่อยตามนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เสียหายแน่นอน
