มิน่า..กระแสต้านคสช.เงียบกริบ!!!   ค่าดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคพุ่ง 2 เดือนติดหลังรธน.ผ่านประชามติ  ดัชนีมั่นใจการเมืองพุ่งสูงสุดรอบ 19 เดือน

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

         

      ยังคงเดินหน้าสู่จุดที่มั่นคงทางการเมือง  เศรษฐกิจ  สังคม  ภายใต้สถานการณ์การเมืองในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.  ที่ดำเนินไปอย่างสงบไร้การชุมนุมทางการเมือง  ล่าสุด   นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ส.ค.2559  พบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม เท่ากับ  62.2  หรือเพิ่มขึ้นจาก 61.4 ในเดือน ก.ค.2559   ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานเท่ากับ 67.6   เพิ่มจาก 67.4  และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตเท่ากับ 89.7 เพิ่มจาก 88.7   ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเท่ากับ 73.2 เพิ่มจาก 72.5  ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน  

มิน่า..กระแสต้านคสช.เงียบกริบ!!!   ค่าดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคพุ่ง 2 เดือนติดหลังรธน.ผ่านประชามติ  ดัชนีมั่นใจการเมืองพุ่งสูงสุดรอบ 19 เดือน

 

      ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบันเท่ากับ 52.3 ลดลงเล็กน้อยจาก 52.4  ในช่วงที่ผ่านมา  จากปัจจัยแวดล้อม  อาทิ   การจ้างงาน  ตัวเลขการส่งออก  ฯลฯ จึงส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยา  ทำให้ผู้คนยังไม่ค่อยกล้าจับจ่ายใช้สอย     แต่อย่างไรก็ตามดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตมีค่าอยู่ที่  81.6  เพิ่มจาก 79.5

     

      ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น    ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ   มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย   มีข้อสรุปว่า   เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มั่นใจต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้น       โดยเฉพาะภายหลังจากที่มีการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญที่ส่งผลให้ประชาชน    นักธุรกิจ     ต่างมั่นใจว่าการเมืองจะมีเสถียรภาพมั่นคงดีขึ้น   ทำให้นโยบายทางเศรษฐกิจเดินได้หน้าเนื่อง      สะท้อนได้จากดัชนีความเชื่อมั่นทางการเมืองที่สูงถึง 99  ดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่  3   และสูงสุดในรอบ 19  เดือน   ตั้งแต่ ก.พ.2558 และค่าดัชนีในอนาคตก็อยู่ในระดับ  101.1  สูงสุดในรอบ  18  เดือนและเป็นค่าดัชนีที่เกินระดับ 100 เป็นครั้งแรกในรอบ 18 เดือนด้วย

         

     ส่วนปัจจัยลบที่มีผลต่อค่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคในระยะนี้    ยังคงเป็นเรื่องการส่งออกที่ขยายตัวติดลบ ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น ปัญหาระเบิดภาคใต้ ราคาพืชเกษตรแม้จะดีขึ้น แต่ก็ยังทรงตัวในระดับต่ำ และยังมีความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น