- 10 ก.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
สืบเนื่องจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ออกเอกสารข่าว ภายหลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณากรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ส่งร่างรัฐธรรมนูญซึ่งแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับผลการออกเสี่ยงประชามติในประเด็นเพิ่มเติม เพื่อให้พิจารณาว่าเป็นการชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติแล้วหรือไม่ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1 พ.ศ. 2558 มาตรา 37/1
โดยศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัย และเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาเห็นสมควรมีหนังสือขอความเห็นและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลการออกเสียงประชามติในประเด็นเพิ่มเติมจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งเอกสารอื่นใดที่เห็นว่าเกี่ยวข้อง โดยกำหนดให้จัดส่งต่อศาลภายในวันจันทร์ที่ 12 ก.ย.นี้
ล่าสุด นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ กมธ.สามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช. ระบุว่า กมธ. ได้นำเอกสารบันทึกการประชุม สนช. เพื่อลงมติเรื่องคำถามพ่วงประชามติ การลงพื้นที่ของ สนช. ชี้แจงคำถามพ่วง มารวบรวมเรียบเรียงเป็นประเด็นที่สั้น กระชับ ง่ายต่อการเข้าใจ เพื่อเตรียมนำส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
โดยเบื้องต้นยังคงยืนยันตามเจตนารมณ์เดิมคือ การให้ ส.ว. มีสิทธิร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีได้ตั้งแต่รอบแรก และ ส.ว. มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี หากไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีจากบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอมาในรอบแรกได้ เป็นหลักการเดิมไม่มีอะไรแตกต่างจากที่เคยไปชี้แจงเจตนารมณ์ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ทราบ เพราะ สนช. ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้
ส่วนกรณีที่ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ระบุว่าไม่มีประเด็นให้ ส.ว.เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีได้นั้น สำหรับตนมองว่าเจตนารมณ์ของ สปท. และเป็นคนละส่วนกับ สนช. ดังนั้นการที่ สนช. จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ จึงไม่ได้ยึดหรือต้องทำเจตนารมณ์ของ สปท. รวมถึงไม่ทราบว่าเป็นการตีความเจตนารมณ์ที่ขัดกันระหว่าง สนช. กับ สปท.หรือไม่ แต่บทสรุปสุดท้ายถือเป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้วินิจฉัยเองว่าจะยึดเจตนารมณ์ของฝ่ายใด
