- 13 ก.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
ภายหลังที่รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม และในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.)เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ลงนามเสนอบัญชีรายชื่อข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ล็อตที่ 8 ส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว มีรายชื่อประมาณ 20-30 คน ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการท้องถิ่นที่พัวพันทุจริตการสอบ โดยไม่มีรายชื่อผู้บริหารระดับสูง กทม. รวมอยู่ด้วย ตามที่มีกระแสข่าวว่าบัญชีล็อต 8 จะมีการเสนอชื่อให้ตรวจสอบผู้บริหารระดับสูง กทม. เช่น รองผู้ว่าฯ กทม.จากกรณีข้อกล่าวหาทุจริตโครงการไฟตกแต่งของ กทม. มูลค่าสูงถึง 39. 5 ล้านบาท เพราะเรื่องดังกล่าวอาจอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของเลขานุการศอตช.
ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุรัฐบาลเตรียมเสนอ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดระหว่างประโยชน์ส่วนตัว กับประโยชน์ส่วนรวม หรือที่เรียกว่า "กฎหมาย 7 ชั่วโคตร" ซึ่งมีการปรับลดโทษลงมาเหลือ 3-4 ชั่วโคตร พล.อ.ไพบูลย์ ให้ความเห็น ว่า แนวความคิดร่างกฎหมายดังกล่าว มีมาตั้งแต่ ปี 49-50 แต่ขณะนั้นมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากถึงบทลงโทษที่ดูรุนแรงจนเกินไป ย้อนไปถึง 7 ชั่วโคตรโดยเรื่องนี้ต้องมาคุยกัน ส่วนประเด็นเนื้อหาของร่างดังกล่าวไม่มีปัญหา และโดยส่วนตัวเห็นด้วยกับกฎหมายนี้ แต่สุดท้ายแล้วกฎหมายก็เป็นเพียงตัวหนังสือ ทั้งหมดอยู่ที่เจ้าหน้าที่ องค์กร และกฎหมาย และหลังมีข่าวนี้ออกมา เริ่มมีการพูดกันบ้างแล้วที่จะใช้นอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายนี้
