- 13 ก.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
แม้จะเป็นผู้นำที่คนไทยส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน แต่ในเชิงลึกกลุ่มการเมืองบางพวกก็ยังเคลื่อนไหวในทุกมิติเพื่อดิสเครดิตพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.ตลอดเวลา ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดถึงประเด็นนี้อีกครั้ง ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี มีสาระใจความตอนหนึ่งว่า “ ต้องขอร้องทุกคนให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบบ้าง ตนไปต่างประเทศพูดแต่สิ่งดี ๆ ให้กับประเทศไทย เขาก็ฟังและยินดี แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีออกข่าวบิดเบือนทางสื่อโซเชียลทั้งเจตนา และไม่เจตนา ทุกอย่างก็เละไปหมด เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องช่วยกันแก้ ทำความเข้าใจ สร้างความรับรู้ทั้งใน และนอกประเทศ หลายอย่างวันนี้ถือว่าดีขึ้น แต่จะให้อยู่แบบเดิม อยู่อย่างเสรีเหมือนที่มีการเลือกตั้งคงไม่ได้ อย่าลืมว่าที่ผ่านมันเกิดอะไรขึ้น จะอยู่แบบเดิมก็ไปเรียกคนเหล่านั้นกลับมาให้ทำความผิด”
ขณะที่เมื่อถูกถามว่า ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคสข. ได้มีการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบว่า “ สถานการณ์ขณะนี้ถือว่ามีความสงบสุข อยู่ได้ด้วยดี การเมืองมีการเคลื่อนไหวอยู่บ้างในทางเปิด ส่วนในทางปิดก็กำลังสืบสภาพอยู่ ถ้าตรวจพบว่ามีการทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย สิ่งสำคัญคือใครจะเคลื่อนไหวอะไรก็ตาม ขอให้คิดถึงประเทศชาติที่จะต้องเผชิญในหลายๆ อย่าง ทั้งเศรษฐกิจ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นถ้าเคลื่อนไหวมาก ๆ แล้วเศรษฐกิจแย่ลง ประชาชนเดือดร้อนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย แล้วจะถือเป็นความผิดของใคร
สำหรับในสายตาของต่างประเทศจากการเดินสายพบผู้นำต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็มีความเข้าใจ แต่ติดเพียงอย่างเดียวคือ ตนไม่ได้มาด้วยวิธีการเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนอย่างอื่นก็เห็นความก้าวหน้าในการทำงานของเรา เว้นแต่มีบางคนบางพวกไปบิดเบือนในต่างประเทศ ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงเพิ่มเติมในทุกเวทีที่มีโอกาส รวมทั้งช่องทางของแต่ละกระทรวงด้วย ขณะเดียวกันก็มีหลายเรื่องที่ตนคิดไว้ล่วงหน้าแล้ว และเมื่อถึงเวลาก็ตัดสินใจผ่อนคลายก็แค่นั้นเอง”
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าถึงแม้จะมีการผ่อนคลายทางกฎหมาย โดยยกเลิกความผิดในบางกรณีในชั้นการพิจารณาของศาลทหาร ให้กลับไปสู่ระบบศาลยุติธรรม แต่ถ้าพบกรณีการกระทำความผิดก็ต้องถูกลงโทษ เราเอาจริงเอาจังทุกเรื่องอยู่แล้ว ใครทำอะไรให้บ้างเมืองไม่ปกติสุขก็ถือว่าผิดกฎหมา ย สิ่งสำคัญเราต้องทำให้บ้านเมืองของเราในสายตาต่างประเทศ เข้าใจเรากำลังทำอะไรอยู่ ดังนั้นอะไรที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดก็ทำให้ประเทศชาติได้รับความไว้วางใจ ไม่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วตนจะทำงานอะไรได้
"ปัจจุบันต่างประเทศเขายอมรับในสิ่งที่เราทำทุกวันนี้มาก ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ และความเป็นสากล กฎหมาย ต่างประเทศก็รับทราบและยินดี ต้องย้ำว่าถ้าผิดอย่างเดียวคือผมไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งผมก็ยอมรับในตัวผมเองอยู่แล้ว แต่ผมขอถามหน่อยว่าผมทำเพื่อใคร ผมทำเพื่อคนไทย เพื่อประเทศไทย และทุก ๆ ประเทศ ถ้าผมไม่ทำวันนี้จะให้ผมทำวันไหน"
