คำสั่งคสช.โอนคดีศาลทหาร หวังผลตปท.เข้าใจก่อนนรม.ไปUN18นี้

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

     หลังจากที่มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่55/2559 ออกมาซึ่งเป็นเรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับคดีบางประเภทที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร โดยให้โอนคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงที่เคยอยู่ในการพิจารณาคดีของศาลทหารไปอยู่กับศาลพลเรือนแทน แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นการกระทำผิดที่เกิดขึ้นหลังมีประกาศคำสั่งออกมาในราชกิจจานุเบกษาแล้ว นั่นหมายความว่าคดีความมั่นคงเดิมที่อยู่ในกระบวนการการพิจารณาคดีของศาลทหาร ยังคงต้องอยู่ในการพิจารณาของศาลทหารต่อไปโดยไม่มีการโอนย้าย หรือ เปลี่ยนแปลง
 

     ซึ่งจากกรณีนี้นี่เอง ทำให้บรรดานักการเมืองและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองออกมาวิจารณ์รัฐบาลอย่างรุนแรง เช่น นายวัฒนา เมืองสุข บอกว่าคำสั่งนี้เป็นคำสั่งหลอกลวงคนไทยและชาวโลกเพราะทุกคดียังคงต้องขึ้นศาลทหารต่อไป ส่วน จตุพร พรหมพันธุ์ บอกว่านายกรมต.ต้องใจกว้างถอนคดีพลเรือนทั้งหมด ไม่อย่างนั้นคำสั่งนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์ และไม่มีความหมายทางเสรีภาพ แต่ดูเหมือนว่านายกรมต.จะไม่สนใจต่อเสียงวิจารณ์ที่มี โดยมองว่า เป็นเรื่องไร้สาระ จะยกเลิกคดีย้อนหลังได้อย่างไร มีกฎหมายฉบับไหนที่จะให้ยกเลิกกม.ย้อนหลังได้ และนายกรมต.ยังระบุอีกด้วยว่า คดีจะขึ้นศาลไหนไม่สำคัญ แต่อยู่ที่ว่ากระทำผิดหรือไม่เท่านั้น

 

 

     เพราะฉะนั้นดูจากท่าทีและคำสั่งผ่อนคลายทางคดีที่มีออกมาทั้งหมดนี้ นายกรมต.คงไม่ได้ต้องการออกคำสั่งมาเพื่อมุ่งหวังให้เกิดการผ่อนคลายทางการเมือง แต่แท้จริงแล้วเป็นความต้องการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศต่อสายตานานาประเทศมากกว่า เพราะนายกรมต.ได้พูดไว้ในช่วงถาม-ตอบสื่อมวลชนหลังการประชุมครม.ว่า การออกคำสั่งครั้งนี้ สำคัญคือเราจะต้องทำให้ในสายตาของต่างประเทศเข้าใจประเทศไทย และจากนั้นเราจะได้รับความไว้วางใจจากนานาประเทศตามมา เพราะการออกคำสั่งนี้ถือเป็นหลักสากลที่ทั่วโลกปฎิบัติ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า แรงกดดันจากต่างประเทศที่เคยมี ก็ย่อมผ่อนคลายและส่งผลบวกตามมาโดยอัตโนมัติ เรียกว่าเป็นคำสั่งที่ออกมาถูกที่ถูกเวลา และถูกจังหวะกับผลที่จะตามมาเป็นพรวนก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติหรือยูเอ็นในวันที่18กย.ที่จะถึงนี้แบบพอดิบพอดี