- 14 ก.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
หลังจากที่มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่55/2559 ออกมาซึ่งเป็นเรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับคดีบางประเภทที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร โดยให้โอนคดีความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงที่เคยอยู่ในการพิจารณาคดีของศาลทหารไปอยู่กับศาลพลเรือนแทน แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นการกระทำผิดที่เกิดขึ้นหลังมีประกาศคำสั่งออกมาในราชกิจจานุเบกษาแล้ว นั่นหมายความว่าคดีความมั่นคงเดิมที่อยู่ในกระบวนการการพิจารณาคดีของศาลทหาร ยังคงต้องอยู่ในการพิจารณาของศาลทหารต่อไปโดยไม่มีการโอนย้าย หรือ เปลี่ยนแปลง
เพราะฉะนั้นดูจากท่าทีและคำสั่งผ่อนคลายทางคดีที่มีออกมาทั้งหมดนี้ นายกรมต.คงไม่ได้ต้องการออกคำสั่งมาเพื่อมุ่งหวังให้เกิดการผ่อนคลายทางการเมือง แต่แท้จริงแล้วเป็นความต้องการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศต่อสายตานานาประเทศมากกว่า เพราะนายกรมต.ได้พูดไว้ในช่วงถาม-ตอบสื่อมวลชนหลังการประชุมครม.ว่า การออกคำสั่งครั้งนี้ สำคัญคือเราจะต้องทำให้ในสายตาของต่างประเทศเข้าใจประเทศไทย และจากนั้นเราจะได้รับความไว้วางใจจากนานาประเทศตามมา เพราะการออกคำสั่งนี้ถือเป็นหลักสากลที่ทั่วโลกปฎิบัติ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า แรงกดดันจากต่างประเทศที่เคยมี ก็ย่อมผ่อนคลายและส่งผลบวกตามมาโดยอัตโนมัติ เรียกว่าเป็นคำสั่งที่ออกมาถูกที่ถูกเวลา และถูกจังหวะกับผลที่จะตามมาเป็นพรวนก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติหรือยูเอ็นในวันที่18กย.ที่จะถึงนี้แบบพอดิบพอดี
