- 15 ก.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
จากกรณีที่รัฐบาลได้มอบหมายให้กรุงเทพมหานคร ทำการศึกษาออกแบบเพื่อพัฒนาพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา โดยกทม.ได้ว่าจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)และมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นผู้ศึกษาออกแบบโดยจะดำเนินการในพื้นที่นำร่อง ระยะทาง 14 กม.ทั้ง 2 ฝั่งจากสะพานพระราม7 – สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าก่อสร้างเป็นทางเดินและทางจักรยาน มูลค่าวงเงินรวม 120 ล้านบาท โดยคณะที่ปรึกษาจะส่งผลการศึกษาโครงการทั้งหมดให้แก่กรุงเทพมหานครในวันที่ 26 ก.ย.นี้
จุดหนึ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงในวงการสถาปนิกตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือรูปแบบการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์กรุงเทพมหานคร บริเวณสะพานพระรามเจ็ด หรือ วิมานพระอินทร์ เพื่อเป็นจุดหมายตาในพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำ เพราะรูปแบบมีความละม้ายคล้ายคลึงกับโครงการของ ต่างประเทศ
ล่าสุดในเพจเฟสบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith ได้หยิบกรณีดังกล่าวมาร่วมแสดงความเห็น โดยระบุข้อความว่า “ตอนนี้เรื่องประเด็นปัญหาทางเลียบแม่น้ำกำลังมาแรงมาก ไม่ใช่แค่เรื่องของโครงการ (เรื่องตัวโครงการ ชาวบ้านทั่วไปแทบไม่สนใจ) แต่ประเด็นสำคัญตอนนี้คือเรื่องภาพแบบจำลองที่ทางทีมผู้ออกแบบนำมาเสนอผลงานเบื้องต้นต่อสาธารณชนเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้
ปัญหาคือ "พญานาค" และ "อาคารรูปกรวย" ตัวพญานาคพ่นน้ำนี่ ลอกแบบมาจากที่สงขลาซึ่งก็คล้ายๆ กับสิงโตพ่นน้ำที่ประเทศสิงคโปร์อันนี้โดนโจมตีเรื่องความเหมาะสมว่า แทนที่..ผู้ออกแบบจะคิดสร้างสรรค์อะไรใหม่ขึ้นมาเองกลับหยิบเอาจากที่อื่นมาตั้งไว้ริมน้ำเจ้าพระยาซึ่งเรื่องนี้อาจไม่รุนแรงเท่าไร เพราะชาวบ้านก็อาจจะคิดว่า ก็ถ้ามันสวยงามก็ไม่เห็นเป็นไร
แต่ตัวที่เป็นปัญหามากจริงๆ เลยก็คืออาคารทรงกรวยที่เป็นเส้นสานกันในภาพเพราะอาคารที่ปรากฎในภาพนั้นดันเหมือนกันกับอาคารที่สถาปนิกชื่อดังระดับโลกชาวอังกฤษอย่าง Lord Norman Foster ออกแบบไว้ให้กับโครงการ The Crystal Island ที่ประเทศรัสเซียในปี 2007 ก่อนที่ในปี 2009 จะยุติโครงการนี้ลงเพราะพิษเศรษฐกิจโลก (ซึ่งไม่รู้จะทำต่ออีกไหม?)
ทางผู้ออกแบบได้ออกมาโต้แย้งว่า "ไม่ได้ลอก"พร้อมทั้งเสนอ presentation ทีแสดงถึงแนวคิดทางเลือกในการออกแบบ (schemes) สำหรับอาคารพิพิธภัณฑ์ ออกเป็น 3 รูปแบบดังนี้
1. แบบแรกเป็นสถาปัตยกรรมไทยประเพณีที่มีการประดับเครื่องยอดบนอาคาร ซึ่งปกติแล้วจะไม่ใช้กับอาคารทั่วไป ที่ไม่เกี่ยวข้องกับศาสนาหรือไม่เกี่ยวข้องกับอาคารของพระมหากษัตริย์!!!
(อันนี้ตามฐานานุศักดิ์ของสถาปัตยกรรมไทย)
2. แบบที่สอง จะมีอาคารเหมือนแบบแรกเลยแต่ย่อขนาดให้เล็กลงแล้วสร้างเจดีย์ไว้ด้านหลังให้เจดีย์เป็นจุดเด่นและเป็นฉากหลังของอาคาร
3. แบบที่สาม คือแบบที่ลอกเลียนมาจากอาคารThe Crystal Island ของ Norman Foster เลยแต่นำมาปรับสัดส่วนใหม่ให้เข้ากับ "เส้นจอมแห"(ซึ่งเป็นสัดส่วนเส้นสายในสถาปัตยกรรมไทย)
ส่วนตัวผมพอเข้าใจว่าประเด็นของผู้ออกแบบคือแค่ต้องการจะรีบทำตัว Presentation ออกมาเพื่อ #ขายฝัน ให้ประชาชนทั่วไปได้เห็นกันก่อน(ส่วนแบบจริงๆ อาจจะไม่ใช่เป็นรูปแบบดังกล่าว)เพราะโมเดลที่ถูกนำมาพรีเซ็นท์ในวีดีโอดังกล่าวล้วนแต่เป็นการหยิบ "โมเดลสามมิติในโปรแกรม"มาแปะลงไปในคลิปดังกล่าวแบบคร่าวๆ ทั้งนั้น!! (ทั้งตัวพญานาค ทั้งอาคาร Crystal Island และอาคารพิพิธภัณฑ์หรือเจดีย์ต่างๆ ล้วนแต่มีโมเดลสามมิติสำเร็จรูปให้โหลดมาใส่ได้หมด)
ถ้าเราพิจารณาจากภาพจะเห็นได้ชัดว่างานนี้ทางทีมผู้ออกแบบได้ "ลอก" แบบอาคารดังกล่าวมาใส่ไว้ในงานอย่างชัดเจน โดยอาจจะมีการปรับองศาของรูปทรงให้รับกับสัดส่วนของเส้นจอมแห(ซึ่งถือเป็นสัดส่วนของเส้นสายที่ยอมรับว่างดงามและเป็นไปตามหลักสถาปัตยกรรมไทยประเพณี)หรืออะไรก็แล้วแต่ ตามที่ผู้ออกแบบ "อยากชี้แจง"
จริงๆ ถ้างานนี้เป็นเพียงการนำเสนอทางเลือกในการออกแบบของนิสิตสถาปัตย์ในชั้นเรียนนั้น ก็อาจจะไม่มีอะไรผิดเพราะแค่นำเสนอ "แนวทาง"อาจจะยังไม่ใช่แบบที่พัฒนาจริง แต่ที่ผู้คนรับไม่ได้ก็คือ งานดังกล่าวนี้ไม่ใช่งานของนิสิต/นักศึกษาแล้วแต่มันคืองานออกแบบของสถาปนิก+วิศวกรมืออาชีพที่ได้ค่าที่ปรึกษาเป็นจำนวนสูงถึง #120_ล้านบาท 120 ล้านบาท มันควรจะได้อะไรมากกว่านี้เยอะ!!!อย่างที่ผมเคยเขียนไปว่า ที่ปรึกษาอาจศึกษาเนื้อหาแล้วเปิดให้มีการประกวดแบบ โดยเอาข้อมูลที่ศึกษามาทำก็ได้ ไม่ใช่ทำแบบส่งๆ ไปก่อนแบบที่เห็นกัน...
สรุป : ความผิดพลาดครั้งใหญ่ของโครงการนี้ก็คือ...
1. โครงการนี้เป็นโครงการที่ "ตั้งโจทย์" ผิดแต่แรกโจทย์ไม่ควรจะเป็นการสรุปว่าเป็น #ทางเลียบแม่น้ำ (ไม่่ว่าจะเป็นถนน ทางเดิน หรือทางจักรยานก็ตามแต่) โจทย์ควรเป็น #พัฒนาปรับปรุงพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา โครโดยศึกษาให้เห็นถึงความต้องการต่างๆของประชาชนรวมถึงความต้องการในการพัฒนาเมือง ควบคู่กันไป โจทย์ควรตั้งเพื่อศึกษาปัญหาของแต่ละพื้นที่ให้ชัดพื้นที่เช่น ส่วนโบราณสถานควรคำนึงถึงทัศนียภาพที่มองมาจากแม่น้ำได้อย่างชัดเจน พื้นที่ราชการหรือสวนสาธารณะอาจทำให้เป็นที่ลานสาธารณะสำหรับผู้คนมาใช้งาน มาชมวิว ริมแม่น้ำ ส่วนที่เป็นชุมชนก็ต้องไปดูความต้องการของชุมชนคู่ไปกับภาพรวมของทั้งตัวโครงการ บางส่วนอาจจะไม่ต้องตัดผ่านลงไปในพื้นที่แม่น้ำ แต่สามารถเลี้ยวเข้าไปด้านหน้าของชุมชนหรือภายในชุมชน (ในกรณีที่มีของดีให้ดู)
#เราต้องตัดสูทให้เหมาะกับผู้ใส่
#ไม่ใช่ตัดหัวคนมาใส่กับชุดสูทที่ตัดไว้
2. โครงการนี้มีทั้งผู้เห็นด้วยและผู้ที่ร่วมคัดค้าน ซึ่งไม่ว่าจะเห็นด้วยกับโจทย์ของภาครัฐหรือไม่นั้น สิ่งหนึ่งที่ทั้งผู้เห็นด้วยและผู้ที่คัดค้านไม่ควรยอมรับก็คือ #การทำงานที่ไม่เป็นมืออาชีพของทีมออกแบบเห็นได้จากความพยายามนำเสนอแบบร่างโครงการที่ได้มาจากการเอาโมเดลสถาปัตยกรรม/ปฏิมากรรมจากสถานที่อื่นมาตัดแปะลงไปในวีดีโอดังกล่าวก่อน
ทั้งที่เงินค่าที่ปรึกษาก็รับไปถึง 120 ล้าน การทำงานควรจะได้สมกับราคาค่าจ้างวาน ซึ่งถ้าคิดขายฝันให้กับชาวบ้านจริง ก็ควรมี #แบบที่คิดว่าจะสร้างจริง มาขายด้วยครับ ไม่ใช่ไปหยิบเอาโมเดลในโปรแกรมสามมิตซึ่งเป็นงานของสถาปนิกต่างชาติหรือโมเดลอาคารวัด/วังในอดีตมาตัดแปะลงไปแบบนี้!!!(ทำแบบนี้มันถือเป็นเรื่องน่าขายหน้านะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเป็นโครงการภาครัฐและทีมที่ปรึกษาต่างก็เป็นคนมีชื่อเสียงด้วย)
*** แล้วแบบนี้จะให้ประชาชนทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับตัวโครงการ มั่นใจได้อย่างไรกับการทำงานที่ไม่เป็นมืออาชีพ ไม่สมกับค่าจ้างจำนวน 120 ล้านบาท แต่กลับได้ผลงานแบบนี้? ถ้าอยากจะโชว์ ไม่ต้องรีบก็ได้นะครับ....เอาเงินจำนวนมหาศาลนั้นไปศึกษาโครงการประกวดแบบ หรืออะไรก็แล้วแต่ จนได้แบบร่างแล้วค่อยนำมาสร้างเป็นภาพจำลองก็ได้นะครับอย่าให้คนประณามว่า โครงการภาครัฐของไทย ค่าจ้างที่ปรึกษามหาศาลขนาดนี้ แต่ได้งานแบบ"สุกเอาเผากิน" เอาโมเดลสถาปัตยกรรมต่างชาติมาแปะเพื่อขายฝัน เพื่อสร้างแรงสนับสนุนแบบนี้!!
(หมายเหตุ : ก่อนหน้านั้น รศ.ดร.สกุล ห่อวโนทยาน ผู้จัดการโครงการพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งเจ้าพระยา และ ผศ.ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี รองผู้จัดการและโฆษกโครงการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยา คณะที่ปรึกษาโครงการ ได้ชี้แจงข้อมูลการออกแบบจุดหมายตาที่ เรียกว่า วิมานพระอินทร์ ว่าคณะผู้ศึกษาโครงการไม่ได้ลอกเลียนแบบจากสถาปัตยกรรมการออกแบบที่ชื่อว่า คริสตัล ไอแลนด์ ของประเทศรัสเซียนั้น แต่การออกแบบวิมานพระอินทร์ ในรูปแบบทรงเจดีย์จอมแห เป็นการออกแบบจากแนวความคิด นาคนาม และอาศัยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความเชื่อของไทยในการออกแบบ ไม่ได้มีลอกเลียนแบบของต่างประเทศ หรือผู้ใดอย่างแน่นอน ซึ่งการออกแบบรูปเจดีย์ดังกล่าว ก็อาจมีความคล้ายคลึงกันได้ แต่ย่อมไม่เหมือนกัน
ซึ่งรูปแบบดังกล่าว พบว่านอกจากจะคล้ายกับสถาปัตยกรรมของประเทศรัสเซียแล้ว ก็ยังมีสถาปัตยกรรมของประเทศญี่ปุ่น ที่มีรูปแบบเจดีย์ใกล้เคียงกันเช่นกัน แต่ด้วยกระแสสังคมที่เกิดความไม่สบายใจในการออกแบบของคณะผู้ศึกษาฯ จากการหารือร่วมกันของคณะผู้ศึกษาฯจึงมีมติจะไม่ยื่นเสนอผลงานการออกแบบ วิมานพระอินทร์ ให้แก่กทม. โดยคณะผู้ศึกษาฯ จะนำเสนอเพียงแผนงานการทำจุดหมายตาอื่นๆเท่านั้น)
