พูดแต่ผลไม่มองเหตุ!! "ยิ่งลักษณ์" เหน็บรัฐประหารทำภาพลักษณ์ไทยติดลบเวทีโลก โอดขอรับเคราะห์เป็นคนสุดท้าย??

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

     นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กส่วนตัว "Yingluck Shinawatra"รำลึกเหตุการณ์ 19 กันยา โดยระบุข้อความว่า...

 

 

พูดแต่ผลไม่มองเหตุ!! "ยิ่งลักษณ์" เหน็บรัฐประหารทำภาพลักษณ์ไทยติดลบเวทีโลก โอดขอรับเคราะห์เป็นคนสุดท้าย??

 

"วันนี้ 19 กันยายน 2559 ครบรอบ10 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ก็ไม่ต่างจาก 22 พฤษภาคม 2557 แม้เวลาจะผ่านไป หลายปีแล้วแต่ก็เหมือนวงจรนี้ไม่มีวันจบสิ้นไปจากสังคมไทย
การรัฐประหารแต่ละครั้งทำให้ขาดโอกาสในการที่ประเทศจะยืนอยู่ในเวทีโลกอย่างสง่างาม ขาดการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจทั้งการค้าและการลงทุนจากนานาอารยประเทศ รวมถึงสิทธิเสรีภาพของคนไทยก็ถูกลิดรอน
ซึ่งก็ได้แต่หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกและขอให้ดิฉันเป็นผู้รับเคราะห์คนสุดท้ายจากเหตุการณ์รัฐประหารค่ะ"

    

 

      ทั้งนี้ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร  คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้จัดทำใบปลิวชี้แจงเหตุผลทำรัฐประหาร  แก่ประชาชนที่สัญจรไปมาโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ     หัวข้อ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คืนความสุขให้ประชาชน” เนื้อหาระบุว่า “เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ไขได้ ทั้งมีแนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรงมากขึ้น นำความสูญเสียมาสู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติ ปัญหาสำคัญดังกล่าว ได้แก่


       1. มีความขัดแย้งทางความคิดการเมืองอย่างรุนแรง หยั่งลึกจากระดับประเทศไปถึงระดับครอบครัวคนไทย
      
       2. การใช้อำนาจการปกครองที่กระทำอยู่เดิม ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ความแตกแยก และการกระทำผิดของกลุ่มต่างๆ ได้อีกต่อไป
      
       3. แนวทางการเลือกตั้งในรูปแบบเดิมมีการต่อต้านอย่างกว้างขวาง ถ้าเลือกตั้งต่อไปในสถานการณ์เช่นนี้ อาจเกิดปัญหาความวุ่นวายไม่จบสิ้น
      
       4. การชุมนุมทางการเมืองที่มีต่อเนื่องมาถึง 6 เดือน ซึ่งมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางความคิด และการแก่งแย่งผลประโยชน์ทางการเมือง ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทำให้ประชาชนแตกความสามัคคี จนไม่อาจปรองดองกันได้

       5. ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน มีคดีความจำนวนมากอยู่ในชั้นศาล และยังรอกระบวนการยุติธรรม ตัดสิน
      
       6. การบังคับใช้กฎหมายปกติต่อปัญหาข้างต้น บังคับใช้ไม่ได้ทุกกลุ่ม ทำให้เกิดความหวาดระแวง เกลียดชังกันในหมู่ประชาชนเป็นวงกว้าง ความเคลื่อนไหวของทุกฝ่าย โดยเฉพาะแกนนำที่มีความผิด ตามกระบวนการยุติธรรม นำไปสู่การยุยงปลุกปั่นแนวร่วมของฝ่ายตน ให้พร้อมที่จะกระทำการใดๆ ต่อฝ่ายตรงข้ามด้วยความรุนแรง
      
       7. การบริหารราชการแผ่นดินในห้วงที่ผ่านมาไม่สามารถกระทำได้ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชาติ และก่อปัญหาความเดือดร้อนต่อประชาชนทุกระดับจนถึงรากหญ้า
      
       8. มีการล่วงละเมิดสถาบันฯ ตามมาตรา 112 ทั้งทางลับและเปิดเผย สร้างความไม่พอใจและเกลียดชังของประชาชนโดยรวม ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันฯ
      
       9. การปลุกระดมมวลชนที่มุ่งเอาชนะฝ่ายตรงข้ามโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ทวีความรุนแรงและเป็นไปอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ
      
       10. ปรากฏชัดว่ามีการจัดตั้งและใช้กองกำลังติดอาวุธรวมถึงการตระเวนอาวุธสงครามจำนวนมาก เพื่อปฏิบัติการอย่างรุนแรงต่อฝ่ายตรงข้ามของตน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งกองทัพจะยอมให้เกิดขึ้นในประเทศชาติไม่ได้โดยเด็ดขาด

 

 

 

 

ขอบคุณที่มา : Yingluck Shinawatra