- 20 ก.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
ในที่สุดกระบวนการเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวก็ถูกลงนามไปเรียบร้อยแล้ว จากทั้งรมว.พาณิชย์ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ และปลัดกระทรวงพาณิชย์ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ในกรณีการระบายข้าวแบบจีทูจี 4สัญญา เป็นเงินรวม 2 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการเรียกค่าเสียหายกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์และพวก ซึ่งถือเป็นการยุติปัญหาความสับสนต่างๆ ที่มีมานานถึงประเด็นการเกี่ยงงอนในการลงนามเรียกค่าเสียหาย กับข่าวที่ว่าเป็นเพราะกลัวการตามไล่เช็คบิลในภายหลัง
แต่อย่างไรก็ตาม ที่สุดทุกอย่างก็จบลงด้วยการลงนาม โดยขั้นตอนจากนี้ เมื่อมีการลงนามเรียบร้อย จะตัองแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบเพื่อให้จ่ายค่าเสียหายภายในกำหนดระยะเวลา 30 วัน และสำหรับระเวลานั้นยังอาจยืดเวลาออกไปได้อีกเป็นเวลา 15 วัน รวมเป็น 45 วัน คือหากผู้ถูกกล่าวหายังไม่มีการดำเนินการใดๆ กรมบังคับคดีก็สามารถที่จะเข้าไปดำเนินการยึดทรัพย์ได้ทันที ยกเว้นผู้ถูกกล่าวหาจะอุทธรณ์คำสั่งนี้ต่อศาลปกครองเท่านั้น กระบวนต่างๆ จึงจะยุติ
และนอกจากนั้นการออกคำสั่งเพื่อเรียกค่าเสียหายยังมีให้ได้ลุ้นกันต่อกับกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งตอนนี้กระบวนการเรียกค่าเสียหายอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ที่มีนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน ซึ่งกับกรณีดังกล่าวนี้ก็กำลังถูกจับตามองและลุ้นกันต่อไปว่า เมื่อเรื่องเข้าสู่ในขั้นตอนของกระทรวงการคลัง จะเกิดปัญหาซ้ำรอยเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในกระทรวงพาณิชย์หรือไม่ เพราะรมว.คลัง นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ยังไม่เคยพูดอะไรออกมาชัดเจนว่าจะติดขัดอะไรหรือไม่ในการลงนาม
และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นที่ต้องจับตาดูก็คือตัวเลขเรียกค่าเสียหาย ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการลดตัวเลขลงกว่า 20 เปอร์เซนต์ คือจาก 2.86 แสนล้านบาทที่ตั้งไว้เดิม เป็น1.78แสนล้าน และในกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์จะถูกเรียกค่าเสียหายเพียง 35,717 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดมาจากเหตุผลอะไรเป็นสิ่งที่ทุกคนกำลังรอคำตอบ
