โดนใจแฟนคลับเด๊ะๆ  !!!   อดีตสว.“ สุรจิต ชิรเวทย์ " สะท้อนทุกมิติ "ลุงตู่"  ทำไมจึงกลายเป็นผู้นำที่ทำให้คนไทยรู้สึกมั่นคงทางใจมากขึ้น  ..

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

     ถือเป็นข้อเขียนหนึ่งที่น่าสนใจและถูกเลือกนำถ่ายทอดต่อผ่านเพจเฟสบุ๊ก   สมชาย แสวงการ   Fanpage   สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ   สำหรับ"มุมมองเเละความคาดหวังในนายกลุงตู่"  จากความในใจ   ของอดีตสว. เเม่กลอง (สมุทรสงคราม)    “สุรจิต ชิรเวทย์ ”

 

โดนใจแฟนคลับเด๊ะๆ  !!!   อดีตสว.“ สุรจิต ชิรเวทย์ " สะท้อนทุกมิติ "ลุงตู่"  ทำไมจึงกลายเป็นผู้นำที่ทำให้คนไทยรู้สึกมั่นคงทางใจมากขึ้น  ..  

 

      “ทีแรกผมนึกว่าผมรู้สึกเหมือนเป็นคนชนบท คิดเหมือนคนชนบทอยู่คนเดียวในกลุ่มเพื่อนกลุ่มนี้ผมจึงเป็นตัวแทนชาวชนบทที่คอยส่งเสียงทักทายเพื่อน ๆ เป็นครั้งคราวแต่น้ำเสียงโดยรวมของผมมักอารมณ์ดี มากกว่าจะไปอาฆาตพยาบาทใครคนไทยเนื้อแท้เป็นคนรักชีวิตเคยสามารถมีมุมมองแบบทีเล่นทีจริงไม่เคร่งเครียดกับชีวิตเราทำมันหายไป…

 

      ลุงตู่ปากร้ายแต่มีอารมณ์ขัน มันเลยกลายเป็นการส่งสาร ที่ถ่วงกันได้สมดุลฟังง่าย ไม่เสแสร้งประดิษฐ์ถ้อยคำบ่น.. ทำให้เรารู้ว่าตั้งใจทำงาน..อารมณ์ขัน.. ทำให้ทั้งตัวลุงตู่เองและประชาชน ผ่อนคลายและยอมที่จะอดทนกันไป  อารมณ์ขัน คืออารมณ์เมตตาเเละคืออารมณ์ยอมรับความเท่าเทียม ไม่ใช่คนใจโหดไม่พริ้วไม่หลบเลี่ยงถูไถ
 

      ดูว่าน่าจะหลุดง่าย ในเรื่องละเอียดอ่อน หรือในเรื่องระหว่างประเทศ  แต่กลับไม่หลุด แสดงว่า สติดี เพราะไม่เสแสร้งกดเก็บอารมณ์  อารมณ์จึงไม่หมักหมม  เพราะได้รับการระบายใส่นักข่าวทุกวัน เพราะทุกเรื่องยิ่งขุดยิ่งเจอ.. ทำกันไม่หวาดไม่ไหวจะไม่หงุดหงิดได้ไง

      ผมก็พยายามคุยกับพี่น้องเครือข่ายภาคประชาสังคม   จากประสบการณ์หกปีที่อยู่ใกล้ชิดศูนย์กลางอำนาจรัฐ
การเมืองไทยไม่สามารถจะสามานย์ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว   ...  ผมจึงอยากให้เวลากับเขาเช่นเดียวกับพี่น้องประชาชน

 

      ผมเอาชีวประวัติของบิสมาร์คมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าแอบหวังลึก ๆ ว่าลุงตู่จะมีศิลปทำได้ถึงเพียงนั้นไหม?ผมไม่มีประวัติละเอียดของเคมาล ปาชา อาตาเตอร์ก จึงไม่สามารถวิจารณ์ได้ แต่บิสมาร์ตมีไกเซอร์ (จักรพรรดิ) ที่ดีและวางใจในตัวเขา โดยเขาเพียงขู่ว่าเขาจะลาออก เขาไม่สนในใจ..รัฐสภาที่เพิ่งถือกำเนิดหลังเขารวมเยอรมนี 39 แคว้นเข้าด้วยกัน   แต่เมื่อเขาต้องการการสนับสนุน การพูดในสภาของเขาถือเป็นวรรณกรรมชั้นดี เขามียอดเสนาธิการทหาร จอมพล เฮลมุท ฟอน มอลเก้ที่รบชนะเดนมาร์ค จักรวรรดิออสเตรีย แล้วก็มาเอาชนะฝรั่งเศสในสงครามฟรังโก-ปรัสเซีย เข้ายึดกรุงปารีสได้ สถาปนาจักรวรรดิเยอรมัน โดยบิสมาร์คถวายมงกุฎให้แก่จักรพรรดิในห้องกระจกพระราชวังแวร์ซายล์(ห้องเดียวกับที่เจ้าพระยาโกษาปานทูตของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 )

 

      ก่อนเวลานั้นของบิสมาร์คเยอรมันมีเคล้าสวิทซ์ – ซุนวูแห่งยุโรป ผู้เขียน On War บิสมาร์คต้องคอยกำกับทั้งจักรพรรดิ และ มอลเก้ เพื่อให้เยอรมนีภายใต้การนำของแคว้นปรัสเซีย “เป็นประเทศที่มีกองทัพแต่มิใช่กองทัพที่มีประเทศ “ เขาเป็นศิษย์เอกทางความคิดของเคล้าสวิทซ์ ผู้กล่าวอมตะวาจาว่า  "สงคราม คือการดำเนินวิเทโศบาย (นโยบายต่างประเทศ) ในวิถีทางอื่น เมื่อวิธีอื่น ๆ ใช้ไม่ได้ผล" และบิสมาร์คคอยกำกับเยอรมนีใหม่ มิให้ใช้พลังเลยเถิดไป

 

     เขาเห็นกองทัพเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ในหลายเครื่องมือ  เขาซึ่งดูเหมือนคนโผงผางแต่มีพลังอำนาจในบุคลิกภาพอย่างมากและรู้จักหยุดยั้งตนเอง เป็นนักเดินหมากชั้นบรมครู

 

      เท่าที่ผมมองจากผู้ไกลจากเหตุการณ์เหมือนประชาชนทั่วไป  ลุงตู่เขามีจุดแข็ง นอกจากที่กล่าวแล้ว  คือเขาน่าจะเป็นทหารที่เข้าใจเรื่องยุทธศาสตร์อย่างดี รวมถึงทีมงานของเขา  แต่เราต้องระลึกไว้ด้วยว่าผู้นำมิใช่ฉลาดเพราะมีที่ปรึกษาดี เพราะผู้นำที่ไม่ฉลาดก็จะไม่สามารถรับฟังคำปรึกษาที่ดีได้คือเขาต้องฉลาดด้วยตัวเขาเองก่อน  นิโคโล มาคิอาเวลลี  บิดาของวิชารัฐศาสตร์สมัยใหม่ว่าไว้อย่างนั้น

 

       และการศึกษาอบรมที่เขาได้รับมาจากทางทหาร ทำให้เขามีแนวทางที่จะมองอะไรเชิงยุทธศาสตร์เมื่อเขาบริหารประเทศมาสองปี ผมว่าเขาปรับใช้ได้มากขึ้นเรื่อย ๆมันสอดคล้องกับธรรมชาติของเขา และเขาผสมผสานมันเข้ากับการบริหารราชการแผ่นดิน ผมชอบที่เขาย้ำเรื่องที่ให้เอาประเทศชาติเป็นตัวตั้งและให้เดินไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เขาต้องผลิตซ้ำสำนวนนี้บ่อย ๆมันใช้ได้ผลกับทหารนาวิกโยธินหน่วยรบพิเศษ และหน่วยอื่น ๆ มาแล้ว และเขากำลังนำมันมาผสมผสาน กับการบริหารราชการแผ่นดินที่อาศัยข้าราชการฝ่ายพลเรือน

โดนใจแฟนคลับเด๊ะๆ  !!!   อดีตสว.“ สุรจิต ชิรเวทย์ " สะท้อนทุกมิติ "ลุงตู่"  ทำไมจึงกลายเป็นผู้นำที่ทำให้คนไทยรู้สึกมั่นคงทางใจมากขึ้น  ..

 

      ผมไม่มีข้อมูลประวัติของเขา  แต่ผมเห็นว่าลุงตู่ทำให้เรารู้สึกมั่นคงทางใจขึ้น คือ...เราเริ่มเชื่อมั่นขึ้นว่า  หากจะมีอะไรที่เลวร้ายเกิดขึ้น เราก็เชื่อว่า  เขาจะได้ใช้ความพยายามอย่างยิ่งแล้วมิใช่ด้วยการปฏิบัติอย่างขอไปที   ตอนนี้ผมคงมีความเห็นได้ประมาณนี้...”