- 21 ก.ย. 2559
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 21 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้โพสต์คลิปเฟซบุ๊คไลฟว์ เมื่อช่วงเช้าจำนวน 3 ตอน ลงเฟซบุ๊คเพจชื่อ "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" เนื้อหาโดยรวมเป็นการวิพากษ์วิจารณ์คำร้องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่สำนักงานอัยการสูงสุดนำไปยื่นร้องต่อศาลอาญาให้เพิกถอนการประกันตัวแกนนำนปช. คนเสื้อแดง จำนวน 5 คน ซึ่งศาลอาญานัดไต่สวนในวันที่ 3 ต.ค.59 นี้ การขอให้ถอนประกันตัวครั้งนี้ มาจาก ดีเอสไอ ยื่นเรื่องต่ออธิบดีสำนักงานอัยการคดีพิเศษ พร้อมสำเนาข้ออ้างที่เป็นแผ่นซีดีบันทึกเสียงในรายการต่างๆ ทั้งหมด 16 รายการ ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้เชื่อว่า ต้องการให้เกิดผลเป็นทางการ โดยมีเป้าหมาย กดดัน ให้หนีคดี หรือถูกนำตัวไปคุมขังในคุก
นายจตุพร กล่าวว่า ตามคำร้องของอัยการโดย ดีเอสไอ นั้นระบุถึงเงื่อนไขที่ศาลอาญากำหนดให้ประกันตัวชั่วคราวว่า ห้ามกระทำการเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในบ้านเมือง หรืออาจก่อให้เกิดอันตราย กระทบต่อชื่อเสียงและความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือการกระทำที่ให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมายแผ่นดิน แต่ภายหลังศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวแกนนำ นปช.ทั้ง 5 คน แต่ทั้ง 5 คน กลับมีเหตุและพฤติกรรมหรือการกระทำโดยผ่านสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งจากรายการทางสถานีโทรทัศน์พีซทีวี และจากสื่อหนังสือพิมพ์อื่นๆ ไปทั่วราชอาณาจักร อันเข้าข่ายผิดเงื่อนไขให้ประกันตัวชั่วคราว จึงเป็นเหตุยืนคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว
คำร้องอ้างเหตุการณ์กระทำที่ผิดเงื่อนไขการประกันตัวใน 3 กรณี ประกอบด้วย มีการพูดประชดประชันรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำการคุกคามกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น และดูหมิ่น เหยียดหยามผู้อื่นให้เสื่อมเสียหรือหวั่นเกรงให้เกิดอันตราย โดยพฤติกรรมเหล่านี้ เป็นการปลุกปั่น ยั่วยุ ปลุกระดมก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง ข้ออ้างการพูดประชดประชันรัฐบาล คสช. นั้น ในคำร้องระบุว่า ได้พูดเสียดสี ไม่พอใจ ประชดประชัน เบี่ยงเบน บิดเบือนการปฏิบัติหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในกรณีก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ที่ส่อให้เกิดความคลางแคลงใจกับการเรียกจ่ายค่าหัวคิวจากเงินบริจาค รัฐบาลเพิกเฉย ถ่วงรั้งมติของมหาเถรสมาคมในการแต่งตั้งสังฆราชองค์ใหม่
นอกจากนี้ในคำร้องยังระบุโดยสรุปได้ว่า แกนนำ นปช.ทั้ง 5 คน ชอบพูดกล่าวหาหน่วยงานรัฐกระทำมิชอบ คุกคาม กดดันการทำหน้าที่ของหน่วยงานรัฐต่างๆหลายแห่งทั้งที่การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานยังไม่เป็นที่ยุติ โดยยกกรณีพฤติการณ์ส่อทุจริตขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รับแจ้งความการชุมนุมของคณะสงฆ์ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. กรณีดีเอสไอสอบรถหรูโบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กทม.ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนพระสังฆราช และกล่าวหา ป.ป.ช. กรณีการปฏิบัติงานของนายวิชา มหาคุณ อดีต ป.ป.ช. ที่ตรวจสอบการสลายการชุมนุมของกลุ่มพั พธม.เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 51 ซึ่งแตกต่างจากการสลายการชุมนุมของ นปช. เมื่อ พ.ค. 53 กลับไม่มีคนผิด ดังนั้น คำพูดกล่าวหาการปฏิบัติหน้าที่ของ สตช. ดีเอสไอ และ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้น จึงอาจจะทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในบ้านเมืองได้ จึงเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขการให้ประกันตัวชั่วคราวของศาล
นายจตุพร กล่าวด้วยความมั่นใจว่า จากนี้ไปเมื่อใกล้วันศาลอาญานัดไต่สวน จะมีอีกหลายขบวนการออกมาเคลื่อนไหว โดยมีเป้าหมายกดดันให้นำแกนนำ นปช. ทั้ง 5 คนไปเก็บไว้ในเรือนจำ เพราะหวั่นเกรงว่าแกนนำ นปช.ทั้ง 5 คน จะนำข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่องราวให้การต่อศาล เพื่อชี้ให้เห็นว่า สิ่งใดไม่เป็นความจริง การถอนประกันตัวแกนนำ นปช. นั้น ต้องการให้เกิดผลเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายกดดันให้หนีคดีหรือการถูกนำตัวไปคุมขังคุก แต่ขอยืนยันเลยว่าจะยืนหยัดต่อสู้ด้วยความจริง เพราะประกาศเอาชีวิตและอิสรภาพให้กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2.
ตอนที่ 3.
