ยันทำถูกต้อง !! "บิ๊กป้อม"กางปีกอุ้ม "ลูกชาย" บิ๊กติ๊ก ปัดใช้บารมีพ่อ หากิน ขณะ ศรีสุวรรณ ลั่นฟ้อง ปปช.พรุ่งนี้

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

   ยังคงเป็นประเด็นร้อน กรณี บุตรชาย หัวแก้ว หัวแหวน ของ"บิ๊กติ๊ก" พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา คือ นายปฐมพล จันทร์โอชา  ในฐานะผู้บริหาร และ ผู้ถือหุ้น หจก. คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ที่จู่ ๆ ก็มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า ไปประมูลงานของ กองทัพภาคที่ 3 มาได้ ทำให้ถูกหลายฝ่ายโจมตี อาศัย"บารมี"พ่อ มาหากินกับกองทัพ ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.วันนี้ (21 ก.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ให้สัมภาษณ์ ถึง กรณีดังกล่าวว่า ใครก็สามารถเข้ามาประมูลงานของ กองทัพภาคที่ 3 ได้ ทุกคนสามารถยื่นซองได้ ไม่ได้มีกำหนดห้ามลูก พล.อ.ปรีชา ยื่นซองประมูล ใครก็ยื่นได้หากให้ราคาต่ำ และ กำหนดสเปคงานได้ตามความต้องการของกองทัพภาคที่ 3 ก็ถือว่าได้งานไป

พล.อ.ประวิตร กล่าวด้วยว่า เดี๋ยวนี้เขาใช้วิธีการประมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่เห็นหน้ากันอยู่แล้ว การที่สังคมสงสัย ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะนามสกุลจันทร์โอชา เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่บานปลายเพราะไม่มีอะไร และไม่กลัวว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อกองทัพ ตนอยู่มาตั้งนานไม่เห็นมีอะไรเลย เป็นผู้บังคับหน่วยมาตลอด และเป็นรัฐมนตรีมาตั้งนานก็ไม่เคย ทุกอย่างทำตรงไปตรงมาทุกเรื่อง
         
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีดังกล่าวจะเป็นบรรทัดฐานให้นักการเมืองสามารถส่งคนในนามสกุลเดียวกันมาประมูลงานของหน่วยงานรัฐได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ทำได้หมดถ้าทำตรงไปตรงมา การประมูลงานสามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว"

ขณะที่ นายศรีวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของสาธารณะ หากไม่ใช้อำนาจพิเศษในการเสนอราคาประมูล บริษัทหน้าใหม่ที่มีทุนจดทะเบียนเล็กน้อย จะมีโอกาสชนะการประมูลงานของรัฐที่มีมูลค่านับสิบนับร้อยล้านบาทได้หรือไม่ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะนำเรื่องนี้ไปยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันพรุ่งนี้ 22 ก.ย. 59 เวลา 11.00 น. เพื่อให้พิจารณาตรวจสอบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ประกอบ มาตรา 100 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 ดังนั้น หรือไม่ต่อไป
         
สำหรับ หจก. คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น เป็นคู่สัญญารับเหมาหน่วยงานในกองทัพภาคที่ 3 จำนวน 7 โครงการมูลค่ากว่า 97 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังเป็นคู่สัญญากับ สนง.ทรัพยากรน้ำ ภาค 9 อีก 1 สัญญามูลค่ากว่า 44 ล้านบาท และ เป็นคู่สัญญากับ อบจ.พิษณุโลกอีก 3 สัญญา มูลค่ากว่า 13 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้นกว่า 155 ล้าทบาท ขณะที่ หจก.ดังกล่าว เพิ่งจดทะเบียนเมื่อปี 2555 มีทุนจดทะเบียนเพียง 1.5 ล้านบาทเท่านั้น