- 23 ก.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
สถานการณ์น่าเป็นห่วงขึ้นทุกขณะกับปมของคนในครอบครัว "จันทร์โอชา" พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหมจากจุดเริ่มต้นที่ ภาพกิจกรรมการเปิดฝายในจ.เชียงใหม่ของนางผ่องพรรณ ภรรยาพล.อ.ปรีชา และชื่อฝายก็ดันเป็นชื่อ ฝายแม่ผ่องพรรณเข้าไปอีก เลยทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมากันให้เกรียวกราวกับความไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้น แต่เรื่องยังไม่จบเท่านี้แม้จะมีการชี้แจงออกมาว่าเป็นงบจากสำนักปลัดกลาโหมแค่7,800บาท แล้วชื่อฝาย ก็มาจากชาวบ้านตั้งให้ ไม่ได้ตั้งเอง แต่เรื่องยังไม่จบ ยังขยายวงต่อไปอีก ลามไปถึงเรื่องการขอใช้บริการเครื่องบินของกองทัพ
แต่ที่หนักที่สุด เห็นจะเป็นเรื่องลูกชายพล.อ.ปรีชา และก็ต้องอย่าลืมว่าในเมื่อเป็นลูกชายปลัดก.กลาโหมก็ต้องเป็น หลานชายนายกรัฐมนตรี และลูกชายพล.อ.ปรีชาคนนี้ก็ไปมีหุ้นอยู่ในบริษัทรับเหมาก่อสร้าง และได้งานของกองทัพภาคที่3 เป็นเงินนับ100ล้าน จากจุดนี้จึงทำให้สังคมเกิดความสงสัยว่า เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน หรือการเอื้อประโยชน์กันหรือไม่ ซึ่งล่าสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้ไปยื่นหนังสือถึงปปช.ให้ทำการตรวจสอบพล.อ.ปรีชา, มทภ.3 และข้าราชการที่เกี่ยวข้องแล้วว่า มีการเอื้อประโยชน์ช่วยเหลือบริษัทลูกชายของพล.อ.ปรีชาให้ได้รับงานหรือไม่ และนายกรัฐมนตรีจะจัดการปัญหาอย่างไร คำถามๆ นี้เป็นคำถามที่ทุกคนกำลังรอคำตอบจากนายกรมต.อยู่ว่าจะจัดการกับเรื่องคนใกล้ตัวนี้อย่างไร
แม้พล.อ.ประวิตรจะช่วยชี้แจงแทนนายกรมต.ไปแล้วว่าเรื่องนี้จะไม่ส่งผลสะเทือนต่อตัวนายกรมต.เพราะนายกได้ทำงานมามากและทุกอย่างก็เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ แต่อย่างไรก็ตามก็อย่าลืมว่ากับปัญหาที่เกิดกับคนใกล้ตัว และกำลังถูกโยงไปที่การเอื้อประโยชน์ หรือความไม่เหมาะไม่ควร นายกรมต.จะตัดสินใจแก้ปัญหาที่เกิดนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบลามไปถึงการทำงานของรัฐบาลและคสช.ที่ทุกอย่างกำลังเดินไปได้ด้วยดี แต่ต้องมาสะดุดด้วยเรื่องของคนใกล้ตัวนี่เอง
