- 24 ก.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ภายหลังจาก นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ออกมาระบุว่า ได้สรุปความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยอดรวมทั้งหมดกว่า 1.78 แสนล้านบาท เนื่องจาก ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตราที่ 8 ระบุว่าในกรณีที่การละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคน มิให้นำหลักเรื่องลูกหนี้ร่วมมาใช้บังคับ และเจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น จึงส่งผลทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นคิดเป็น 20% ของความเสียหายทั้งหมดของโครงการ หรือคิดเป็นมูลค่า 3.57 หมื่นล้านบาท และเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมาตนได้ลงนามในหนังสือสรุปรับรองความเสียหายไปแล้ว ถือว่าสิ้นสุดความรับผิดชอบในส่วนของตนและ หลังจากนี้จะส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลัง และสำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาลงนาม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ล่าสุด นพ.วรงค์ เดชวิกรรม อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวว่า “ การเรียกเก็บค่าเสียหายเพียง 20% จากคุณยิ่งลักษณ์นั้น ผมมองว่าคณะกรรมการความรับผิดทางละเมิดไม่แฟร์ การคิดค่าเสียหายเพียง20% แล้วอีก 80% จะเรียกค่าเสียหายกับใคร เพราะคดีการฟ้องนี้มีผู้กระทำผิดคนเดียว นอกจากนี้ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดมีอายุความเพียง 2 ปี การจะรอไปฟ้องไล่เบี้ยกับบุคคลอื่นตามอายุความ 10 ปี จึงเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้หรือเกิดขึ้นได้ยาก รวมถึงยังน่าสงสัยว่าการอออกมาการแถลงข่าววันเสาร์ก็น่าจะมีเจตนาเพื่อหลบไม่ให้ถูกซักถามหรือไม่อย่างไร”
ทั้งนี้ นพ.วรงค์ ยังยืนยันว่ากระบวนการเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในโครงการรับจำนำข้าว ว่า.เป็นไปตามกระบวนการนิติบัญญัติ เพราะมีการกระทำละเมิดสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับงบประมาณของประเทศ เป็นวิธีการปกติที่ต้องไปจบที่กระบวนการยุติธรรม หากไม่พอใจคำสั่งทางปกครองก็ไปต่อสู้ที่ศาลปกครอง ส่วนข้อท้วงติงที่ว่าการออกคำสั่งทางปกครองจะผลักภาระในการพิสูจน์ให้กับนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มากกว่าการฟ้องคดีปกติรวมถึงข้อวิจารณ์ที่ว่าคำสั่งทางปกครองเป็นการชี้นำศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการการเมืองนั้น เป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆของพรรคเพื่อไทย หากมีหลักฐานก็ควรนำไปยื่นฟ้องต่อศาลเพราะเชื่อว่าศาลก็พร้อมให้ความเป็นธรรม เช่นเดียวกับการมอบให้กรมบังคับคดีเข้ามาทำหน้าที่แทนกระทรวงพาณิชย์ก็เป็นขั้นตอนปกติ จึงมองว่าข้อวิจารณ์ต่างๆที่ออกมา เป็นเพียงการสร้างกระแสเบี่ยงเบนเท่านั้น
