- 24 ก.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ถือเป็นประเด็นข่าวใหญ่ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับการออกมาเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีที่เกี่ยวเนื่องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ล่าสุด นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมป.ป.ช.ทราบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เข้าข่ายการคัดค้านเปลี่ยนตัวได้หรือไม่ รวมถึงการให้น.ส.สุภาได้ชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งที่ประชุมป.ป.ช.จะนำข้อมูลมาพิจารณารวมกัน โดยคาดว่าจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ จะได้ข้อสรุป
อย่างไรก็ตามนายสรรเสริญ ระบุว่า การพิจารณาคำร้องจะเข้าเงื่อนไขเปลี่ยนตัวคณะอนุกรรมการไต่สวนหรือไม่อย่างไร ต้องเข้าองค์ประกอบตามมาตรา 46 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 อาทิเช่น เป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์ในเรื่องราวที่กล่าวหามาก่อน เป็นผู้มีส่วนได้เสียในเรื่องดังกล่าว มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหา หรือเป็นเครือญาติของผู้กล่าวหรือผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ หากไม่เข้าข่ายองค์ประกอบเหล่านี้ ก็ไม่มีเหตุให้เปลี่ยนตัวคณะอนุกรรมการไต่สวน
รวมทั้งต้องไม่ใช่การคิดไปเองของผู้ถูกกล่าวหาว่า กรรมการป.ป.ช.ผู้นั้นมีเหตุโกรธเคืองหรือเป็นคู่ขัดแย้ง เพราะหากกรรมการป.ป.ช.ได้ขึ้นไปเบิกความต่อศาลในคดีที่เกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหา ก็ถือเป็นการทำตามหน้าที่ ไม่ถือเป็นเหตุจะมาอ้างได้ว่าเป็นคู่ขัดแย้ง
อย่างไรก็ตามในการประชุมป.ป.ช.เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา น.ส.สุภาได้แสดงความประสงค์ขอถอนตัวจากการเป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนน.ส.ยิ่งลักษณ์ 1 คดีคือ กรณีไม่ยอมดำเนินการตามข้อเสนอป.ป.ช.ให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลราคากลางจัดซื้อจัดจ้าง เนื่องจากกรณีดังกล่าวน.ส.สุภาเคยทำหน้าที่เป็นรองปลัดกระทรวงการคลังที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องราคากลางการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ แม้จะไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในคดี แต่เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย น.ส.สุภาจึงขอถอนตัวจากคดีดังกล่าว
ขณะเดียวกัน นายสรรเสริญ ยังได้ระบุถึงกรณีที่น.ส.สุภาถูกตั้งเป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ถึง 6 คดี จาก 15 คดี เพราะเหตุเนื่องจากก่อนหน้านี้ป.ป.ช.มีการแบ่งงานตามหน้าที่ให้กรรมการป.ป.ช.แต่ละคน โดยกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นคดีของนักการเมืองอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมือง ซึ่งน.ส.สุภารับผิดชอบอยู่ ดังนั้นคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ส่วนใหญ่ จึงอยู่ในความดูแลของน.ส.สุภาเป็นหลัก ยกเว้นหากคดีนั้นๆ มีคนอื่นๆ ที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า หรือเห็นว่าน.ส.สุภามีงานมากเกินไป ก็อาจพิจารณามอบหมายให้กรรมการป.ป.ช.คนอื่นเป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนแทนได้ ไม่ได้หมายความว่า ป.ป.ช.มอบหมายคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้น.ส.สุภาดูแลทั้งหมดทุกคดี
ส่วนการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีการบริหารจัดการเก็บกัก ระบายน้ำผิดพลาด เป็นเหตุให้เกิดมหาอุทกภัยปี 2554 นายสรรเสริญอธิบาย ว่า เป็นคดีเดิมที่ร้องเรียนมาตั้งแต่สมัยป.ป.ช.ชุดที่แล้ว และเป็นเหตุที่มีผู้มาร้องเรียนต่อป.ป.ช.ให้ไต่สวนการบริหารงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรณีการบริหารงานการเก็บกักและระบายน้ำผิดพลาด ในช่วงปี 2553 -2554 จนเป็นเหตุให้เกิดมหาอุทกภัยปี 2554 ทางป.ป.ช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนทั้งนายอภิสิทธิ์และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่เป็นคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์เพียงคนเดียว โดยหลังจากนี้ป.ป.ช.จะไปไต่สวนว่า ในแต่ละรัฐบาล มีการบริหารจัดการเรื่องน้ำกันอย่างไร ยืนยันว่า ป.ป.ช.ทำงานอย่างเป็นธรรม ไม่ได้จ้องเล่นงานเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์หรือพรรคเพื่อไทยตามที่กล่าวหาแต่อย่างใด
(ข้อมูลประกอบ : ลากไส้ประเด็นร้อน!! "ยิ่งลักษณ์" จัดฉาก "สุภา" เป็นคู่ขัดแย้ง จริงๆแล้วใครกันแน่ผูกใจเจ็บ เพราะโดนแฉทำจำนำข้าวเสียหายหนัก?? http://deeps.tnews.co.th/contents/205694/ )
