- 25 ก.ย. 2559
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 25 ก.ย.) นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) ได้โพสต์แสดงความเห็นในเพจเฟชบุ๊ก "สุริยะใส กตะศิลา" ระบุว่า " 20 ปีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ จะเช็ตซีโร่แบบไหนดี? พร้อมกับแสดงความเห็นว่า องค์กรอิสระจะต้องมีความชัดเจนว่าเป้าหมายอยู่ตรงไหน ถ้ามีความหมายเพียงแค่เปลี่ยนคน เปลี่ยนตัวกันใหม่ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร อาจจะเป็นการถอยหลังลงคลองด้วยซ้ำ แนวคิดเซ็ตซีโร่ องค์กรอิสระทั้งหมด ถ้า กรธ.จะทำจริงต้องเน้นที่การปฎิรูปองค์กรอิสระต่อยอดจากจุดที่ดีอยู่แล้วและเข้าไปปิดช่องโหว่หรือจุดด้อยขององค์กรเหล่านั้น ปัญหาขององค์กรอิสระที่ผ่านมากว่า 20 ปี ซึ่งกำเนิดขึ้นจากฐานคิดปฏิรูปในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 นั้น มีปัญหาทั้งส่วนของระบบและตัวบุคคล ควบคู่กันไป
ความผิดพลาดของระฐธรรมนูญ พศ.2540 และต่อเนื่องมาถึงรัฐธรรมนูญ พศ.2550 คือไปออกแบบให้องค์กรอิสระเป็นอำนาจที่ 4 หลุดลอยและไม่เชื่อมโยงกับสังคมจนหลายครั้งกลายเป็นอำนาจพิเศษที่ควบคุมตรวจสอบยากและการทำงานล่าช้า ติดดาบให้องค์กรแบบนี้มากไปแต่ไม่มีการกำกับตรวจสอบที่ดี ซึ่งอาจทำให้องค์กรเหล่านี้อันตรายในระยะยาว บางองค์กรได้คนดีแต่ระบบไม่เอื้อ บางองค์กรระบบดีแต่ได้คนที่ไม่เหมาะสมไปดำรงตำแหน่งก็เกิดปัญหาตามมา จึงต้องปฏิรูปทั้งตัวองค์กรหรือระบบและตัวบุคคลหรือการได้มาไปพร้อมๆ กัน ผมเสนอประเด็นในการพิจารณาปรับปฏิรูปองค์กรอิสระทั้งระบบดังนี้
ประการแรก ที่มาของผู้ดำรงตำแหน่งต้องมีความหลากหลายมากขึ้น และเปิดทางให้มีการสรรหาที่มีประสิทธิภาพโปร่งใสมากขึ้น
ประการที่สอง ต้องอิสระจากการเมืองและทุน เพราะการแทรกแซงจากกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองสลับซับซ้อนมากขึ้น
ประการที่สาม กระบวนการทำงานต้องยึดหลักธรรมาภิบาล
ประการที่สี่ มาตรฐานการวินิจฉัยต้องสูงกว่านี้ บางครั้งคำวินิฉัยขัดแย้งกันเองก็เคยมี
ประการที่ห้า ต้องยึดโยงกับสังคมและประชาชนมากขึ้นไม่ใช่ให้อำนาจอิสระหลุดลอยจนกำกับถ่วงดุลไม่ได้
ประการที่หก ควรกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมและคุณธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้สูงกว่านักการเมืองทั่วไป
