ไม่ใช่ละมั้ง?! คนนั่งเฉยๆ จะโดน15 คดี หากไม่อับปัญญา-ก็บริหารสุดชุ่ย-ลุอำนาจสุดขีด...นั่นล่ะสาเหตุ

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th

 

                                                                                                                                   อารมณ์ เคนหล้า สำนักข่าว Tnews

 

เป็นไปได้หรือ?! คนนั่งเฉยๆ จะโดน15 คดี อย่างที่อดีตนายกฯ "นารีขี่ม้าขาว-หญิงปู" กล่าวอ้าง เพราะในความเป็นจริงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ก็ปรากฏต่อสาธารณชนต่อเนื่องอยู่แล้ว ล่าสุดเธอมาโอดโอยว่า จู่ ๆ ก็จะถูกดำเนินคดีจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554...โดยอ้างเดิมๆ ว่ารัฐบาลของตนไม่เกี่ยวข้อง...เรื่องนี้ยิ่งสนุกขึ้นทันที...เมื่อนักการเมืองอีกปีกที่อยู่ตรงข้ามกับเธอ และเป็นผู้รู้จริงกับเหตุมหาอุทกภัยครั้งใหญ่...ออกมาเปลื้องเปลือยคำพูดของเธอ...แบบแถบจะเหลือแค่ตัวล่อนจ้อน...ทั้งหมดสรุปตรงกันว่า...น้ำท่วมใหญ่ครั้งนั้น...ล้วนเกิดจากการบริหารที่สุดชุ่ย ใช้อำนาจทางการเมืองบิดผันธรรมชาติของน้ำจนทุกอย่างพินาศ อย่าว่าแต่...ผู้นำสูงสุดของรัฐบาลขณะนั้น...อับปัญญาอย่างที่สุด
 

โดยนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้อย่างน่าสนใจว่า มหาอุทกภัย เกิดจากการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ละเลย ซ้ำยังบริหารจัดการน้ำล้มเหลวอย่างที่สุด ปล่อยให้มวลน้ำก้อนใหญ่เข้าท่วมภาคกลาง และพื้นที่กรุงเทพฯ จนเสียหายมหาศาล

 

เหนืออื่นใดก็คือ หากสังคมรู้ข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวอาจมีคนสวด น.ส.ยิ่งลักษณ์มากขึ้น เพราะเธอปิดประตูน้ำไหลไม่ให้ไหลไปทางสุพรรณบุรี ทำให้มวลน้ำก้อนใหญ่เข้าถล่มกรุงเทพฯ และปริมณฑล  อย่าว่าแต่การบริหารงานที่สุดชุ่ยแบบนี้ ทำให้เธอมีโอกาสหยิบงบกลาง 1.2 แสนล้านบาทไปใช้ แถมหากน้ำท่วมใหญ่จริงยังมีแผนใช้เงินอีก 3.5 แสนล้านบาท ที่เรียกว่าโครงการบริหารจัดการน้ำ

 

อย่างไรก็ตาม หากผู้คนยังจำได้ช่วงที่มวลน้ำก้อนใหญ่จ่อคอหอยประเทศไทยอยู่ เธอกลับบอกกับประชาชนแบบนกแก้วนกขุนทองว่า “เอาอยู่ค่ะ เอาอยู่ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เอาอยู่ค่ะ”...แล้วคำพูดเหล่านั้น...หมายถึงอะไร...เธอเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้แล้ว...ไม่ใช่...เธอเข้ามา...น้ำก็ท่วมอยู่แล้วอย่างที่อ้าง...ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ...ขณะประเทศกำลังประสบวิกฤตการณ์เรื่องน้ำครั้งใหญ่...เธอกลับไม่เข้าใจความหนัก-เบาของสถานการณ์...ทั้ง ๆ ที่เป็นถึงผู้นำสูงสุดฝ่ายบริหาร...ของประเทศ


เรื่องนี้สอดคล้องกับข้อมูลของ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่ออกมาตอบโต้ลิ่วล้อยิ่งลักษณ์ในเรื่องดังกล่าวว่า อุทกภัยใหญ่ปี 54 เกิดจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ดูเบาสถานการณ์ เพราะก่อนที่เธอจะเข้ามาทำหน้าที่ในเดือนสิงหาคม น้ำในเขื่อนต่าง ๆ อยู่ที่ระดับร้อยละ 70-80 ของความจุอ่าง แต่เมื่อมีพายุเข้ามาติดต่อกันทำให้น้ำแต่ละเขื่อนอยู่ที่ระดับร้อยละ 99.99 ในเดือนตุลาคม ทำให้รัฐบาลของเธอต้องลนลานปล่อยน้ำออกมาจากเขื่อนจำนวนมหาศาล ทำให้น้ำท่วมไปครึ่งค่อนประเทศ ดังนั้น จึงเกิดคำถามว่าระหว่างสิงหาฯ จนถึงเดือนตุลาฯ ทำไมรัฐบาลจึงไม่หาวิธีรับมือ ทั้งที่มีการคาดการณ์เรื่องพายุมาก่อนหน้านั้นแล้ว
        


โดยนายอรรถวิชช์  ยืนยันว่าจะส่งข้อมูลทั้งหมดให้ ป.ป.ช.พิจารณาในเรื่องดังกล่าวด้วย...เพราะทนเห็นคนของพรรคเพื่อไทยบิดเบือนความจริงอีกไม่ไหว น่าสนใจว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 54 ที่ผ่านมากว่า 5 ปี และข้อเท็จจริงบางส่วนได้ถูกบิดเบือนไปจนเกือบหมดสิ้นแล้ว...จะลงเอยเช่นไร
เพราะล่าสุด พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาระบุชัดเจนว่า
เหตุการณ์น้ำท่วม หากเกิดขึ้นตามธรรมชาติ คงไม่มีใครดำเนินคดีใครได้ แต่หากเกิดจากความบกพร่องในการบริหารจัดการ รวมทั้งมีการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่โปร่งใส เรื่องนี้ต้องมีการพิสูจน์ และอาจนำไปสู่การเป็นคดีความ

 

...ซึ่งคำพูดทำนองนี้แหล่ะ...ที่ทำให้ "ยิ่งลักษณ์" ต้องสะดุ้ง...เพราะดูมันไม่ใช่...นั่งเฉยๆ จะโดน 15 คดี อย่างที่กล่าวอ้าง เพื่อเรียกน้ำตาจาก "สาวกแดง" เสียแล้ว

 

ภาพ : pantip.com