เสียวยันไขกระดูก!!! "หมอวรงค์" ชี้เป้า"ลิ่วล้อ" คนไหน-ซวยพร้อม"นารีปู" โดนหวด"โกงข้าว" บอกเลยตัวเอ๋ "ระบอบแม้ว" ทั้งนั้น

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th

 

เสียวยันไขสันหลัง!!! "หมอวรงค์" ชี้เป้า "ลิ่วล้อ" คนไหน-ซวยพร้อม "ปู" โดนหวดคดี "โกงข้าว" บอกเลยแต่ละคนตัวเอ๋ ๆ ของ "ระบอบทักษิณ" ทั้งนั้น


วันนี้ (27 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว "Warong Dechgitvigrom" ตั้งข้อสังเกตถึงบุคคลที่จะต้องมาร่วมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ที่เหลืออีก 80% หรือประมาณ 1.42 แสนล้านบาท หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะต้องชดใช้ค่าเสียหาย 20% หรือประมาณ 3.57 หมื่นล้านบาท ตามที่คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดชอบทางแพ่งได้สรุปความเสียหายเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา โดย "หมอวรงค์" ระบุรายละเอียด คือ


ผมมีข้อสังเกตกับบุคคลเหล่านี้ เพื่อเป็นประโยชน์หาผู้รับผิดชอบ


1. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีคลัง เป็นผู้กล่าวว่าข้าวที่ยังไม่ขายก็ยังไม่ขาดทุน รวมทั้ง "ถ้ารัฐบาลทำโครงการรับจำนำข้าวแล้ว ทำให้รัฐเสียหายมากกว่า 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่รัฐบาลชุดก่อนใช้ชดเชยในระบบประกันรายได้เกษตรกร รัฐบาลพรรคเพื่อไทยคงอยู่ไม่ได้ ไม่ต้องตั้งคำถามเลยว่า ในฐานะรองนายกฯ เศรษฐกิจจะรับผิดชอบอย่างไร" และนายกิตติรัตน์ ยังเป็นผู้ลงนามหนังสือกระทรวงการคลังลงวันที่ 18 กันยายน 2555 ถึงรัฐบาล กรณีการขาดสภาพคล่องโครงการ และชี้ให้เห็นถึงนโยบายรับจำนำราคาสูงเป็นประโยชน์แก่ประเทศผู้ส่งออกข้าวรายอื่น แต่ไม่ช่วยเสนอระงับยับยั้งความเสียหาย กลับปกป้องโครงการจนนำไปสู่ความเสียหายอย่างมากมาย

 

2. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ ที่เป็นผู้บริหารโครงการต่อจากนายบุญทรง ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่รับทราบความเสียหายของโครงการ แต่มีพฤติกรรมปกป้องโครงการจำนำข้าว จนนำไปสู่ความเสียหายมากขึ้น

 

3. นายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ ผู้ที่มีบทบาทสร้างภาพ เดินสายตรวจโกดังข้าว และยืนยันคุณภาพข้าวว่าดีมาตลอด แต่กลายเป็นปิดบังข้อเท็จจริง แม้แต่ สตง.มาตรวจพบข้าวมีปัญหาที่โกดังพิษณุโลก ก็ยังแก้ต่างขัดแย้งกับข้อเท็จจริง พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ผู้ทุจริตได้ใจว่ารัฐบาลปกป้อง จนนำไปสู่ความเสียหายจำนวนมาก

 

4.นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นผู้มีบทบาทแก้ต่างที่ขัดแย้งข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการตอบกระทู้ข้าวเน่าที่ฝ่ายค้านเอาหลักฐาน กระสอบข้าวเสื่อมไปให้ในสภา แทนที่จะเอาจริงในการตรวจสอบ กลับพยายามปกปิดข้อมูล และมาแถลงภายหลังว่าข้าวคุณภาพดี พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ผู้ทุจริตได้ใจว่ารัฐบาลปกป้อง จนนำไปสู่ความเสียหายจำนวนมาก

5.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตจำนำข้าว แต่จากการดำเนินการตรวจสอบการทุจริต แทบไม่สามารถป้องกันการทุจริตและสร้างความเสียหายต่อโครงการรับจำนำข้าวได้เลย

จึงเสนอเป็นข้อสังเกตแก่คณะกรรมการที่จะหาผู้ร่วมชดใช้ความเสียหาย ในวงเงินที่ยังค้างอยู่อีก 1.42 แสนล้านบาท เพราะบุคคลดังกล่าวถ้ามีการเสนอข้อเท็จจริง ช่วยระงับยับยั้ง ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ไม่ปกป้องการกระทำที่ไม่ชอบ ความเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวคงไม่สูงถึงขนาดนี้