พร่ำเพ้อ !! "จตุพร" ยก ตุลา16 เทียบคดี ลูก"บิ๊กติ๊ก" อาจลาม น้ำผึ้งหยดเดียว ทำเก้าอี้"บิ๊กตู่"กระเด็น

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

"จตุพร" เผย 3 ต.ค.ศาลนัดไต่สวน "ถอนประกัน" เหตุผิดเงื่อนไข "ชอบจ้อ"ปัญหาบ้านเมือง  ฉะ"บิ๊กตู่" ปกป้อง"บิ๊กติ๊ก" ปมช่วย"ลูกชาย"ได้งานของรัฐมิชอบ อาจลามเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ยกเหตุ 14 ตุลา 16 โยง มาเทียบเคียง ทำกระเด็น พ้นเก้าอี้ นายกฯ

28 ก.ย.59 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้โพสต์คลิปการจัดรายการผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ลงบนเฟซบุ๊คเพจส่วนตัวชื่อ “Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์” ซึ่งระบุว่า วันที่ 3 ต.ค.นี้ ศาลอาญานัดไต่สวนคำร้องถอนประกันตัวในคดีก่อการร้าย โดยอัยการอ้างเหตุจากการแสดงความเห็นต่อปัญหาของบ้านเมือง เป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขที่ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว แม้ข้อหาคดีอาญาของตนดำเนินการมานานกว่า 6 ปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการต่อสู้ในชั้นศาล แต่เชื่อว่า มีสิทธิ์พูดแสดงความเห็นต่อปัญหาบ้านเมืองในฐานะประชาชนที่รักบ้านเมืองพึงปฏิบัติได้ เชื่อว่า ข้อหาที่อัยการนำมาอ้างเป็นเหตุนั้นสามารถชี้แจงเหตุผล ความจริงต่อศาลได้ เพราะไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

อย่างไรก็ตาม หากไม่ให้ประชาชนคนหนึ่งได้แสดงความเห็นของชาติบ้านเมืองได้แล้ว ก็ยินดีให้เอาอิสรภาพไปคุมขังคุกได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ เพราะการมีอิสรภาพเมื่อไม่ได้แสดงความเห็นเพื่อปกป้องบ้านเมืองแล้ว ย่อมไม่มีประโยชน์อะไรเช่นกัน

ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้คำสั่งตาม ม. 44 โยกย้ายข้าราชการจำนวนมาก และยังแต่งตั้งให้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (ปชส.) จึงเป็นปัญหาว่า ควรหรือไม่ควรในการปฏิบัติหน้าที่เช่นนั้น

“ไม่เชื่อว่า นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง พล.ต.สรรเสริญ เพื่อไปปกป้อง พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นน้องชายที่กำลังถูกสังคมตรวจสอบ กล่าวหามีพฤติกรรมเข้าข่ายใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปเอื้อผลประโยชน์ทับซ้อนให้ลูกชายซึ่งเป็นหลานของนายกรัฐมนตรี กรณีประมูลงานจากหน่วยงานของรัฐ การแต่งตั้ง พล.ต.สรรเสริญ ไปรักษาการอธิบดี ปชส. สามารถเบี่ยงแบนความสนใจจากกระแสสังคมได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น และกรณีลูกชาย พล.อ.ปรีชา ถูกตรวจสอบ ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาการเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ แต่เป็นมาตรฐานจริยธรรม คุณธรรมของผู้มีอำนาจปกครองต้องรับผิดชอบกับผลกระทบร่วมกับน้องชาย หรือหลาน ซึ่งเป็นครอบครัวและเครือญาติที่ไปกระทำการอันขัดกับมาตรฐานด้านจริยธรรมด้วย”

นายจตุพร กล่าวว่า แม้ความจริง พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ปรีชา ไม่ได้เกี่ยวข้องในปัญหาที่สังคมกำลังตรวจสอบนั้น แต่ถ้านำมาตรฐานจริยธรรมการปกครองที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกเล่นงานในโครงการรับจำนำข้าว จนลามไปถึงคณะรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลต้องมารับผิดชอบทั้งที่ไม่เกี่ยวข้อง กลับถูกถอดให้พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ กรณีเช่นนี้ นายกรัฐมนตรีจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ตามมาไม่แตกต่างกัน

“สิ่งนี้เป็นโมเดลของการเกิดเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 โดยเรื่องเล็กน้อยของ พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร ใช้เฮลิคอปเตอร์ ไปล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จนเป็นชนวนให้จอมพลถนอม กิตติขจร ผู้เป็นพ่อ ถูกต่อต้านแล้ว ต้องพ้นจากอำนาจนายกรัฐมนตรีไป ส่วนในขณะนี้ ความจริงแล้ว พล.อ.ปรีชา ไม่มีปัญหากับประชาชน แต่เมื่อเกิดการตรวจสอบจากสังคมขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นพี่ชาย แม้ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย แต่ไม่ควรแสดงอารมณ์โกรธ โมโห เพื่อปกป้องน้องชายตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าห่วงใย”