ควรฟังอย่างยิ่ง!!!! เสียงสะท้อนจาก "กัลยาณมิตร-เปลว สีเงิน" ถึง "บิ๊กติ๊ก" ปมลูก-เมียที่สังคมกังขา?!

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th

 

ควรฟังอย่างยิ่ง!!!! เสียงสะท้อนจาก "กัลยาณมิตร-เปลว สีเงิน" ถึง "บิ๊กติ๊ก" ปมลูก-เมียที่สังคมกังขาถึงความเหมาะสมเชิงจริยธรรม...เพราะในขณะที่ "บิ๊กตู่" เดินหน้ากวาดล้างทุจริต...การมาสะดุดเรื่องนี้...อาจทำให้งานใหญ่ไม่ราบรื่นตามไปด้วย เหตุที่มีขั้วตรงข้ามจ้องโจมตีอยู่ไม่เว้นวัน....ดังนั้น คอลัมนิสต์อาวุโสจากไทยโพสต์...จึงส่งเสียงกระตุ้นเตือนมา...ฉันท์มิตร

 

วันนี้ (30 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ คอลัมน์ "คนปลายซอย" คอลัมนิสต์อาวุโส-เปลว สีเงิน ได้เขียนถึงลูก-เมีย "บิ๊กติ๊ก" ที่สังคมกังขาถึงความเหมาะสมเชิงจริยธรรม...เพราะในขณะที่ "บิ๊กตู่" เดินหน้ากวาดล้างทุจริต...การมาสะดุดเรื่องนี้...อาจทำให้งานใหญ่ไม่ราบรื่นตามไปด้วย เหตุที่มีขั้วตรงข้ามจ้องโจมตีอยู่ไม่เว้นวัน....ดังนั้น คอลัมนิสต์อาวุโสจากไทยโพสต์...จึงส่งเสียงกระตุ้นเตือนมา...ฉันท์มิตร โดยรายละเอียดทั้งหมดที่ป๋าเปลว ระบุไว้คือ


ถ้าพี่ผมเป็นนายกฯ.......!


จุดแข็ง-จุดศรัทธาของพี่ อยู่ที่ "สุจริต-โปร่งใส" บริหารมีจุดมุ่งหมาย "ล้างโกง-ล้างคอร์รัปชัน" ให้บ้านเมือง


แต่ตัวผมผู้เป็นน้อง.......


กลับปล่อยปละ ให้ลูกเมียแฝงตำแหน่งอำนาจ และบารมีพี่ชายในฐานะผู้นำบริหาร


ไปทำอะไรๆ แบบมักได้ จะเข้าข่าย "ผิด-ไม่ผิด" กฎหมาย นั่นเรื่องหนึ่ง


แต่ผิดหลักธรรมาภิบาล


ทั้งขาดจริยธรรมสำนึก น่าละอาย ชาวบ้าน-ชาวโลกติเตียน เป็นแบบอย่างในด้านทราม

ถ้าเกิดอย่างนี้ขึ้น.........

เท่ากับผมทำให้ "ดาบอาญาสิทธิ์" ในมือพี่ชายบิ่น

แล้วต่อจากนี้ พี่ชายผม จะไปพูด-ไปทำอะไรให้คน ๖๕-๖๗ ล้านคน เคารพ เชื่อฟังได้ล่ะ

เงื้อทีไร ผู้คนก็จะชี้หน้าเย้ย...นี่ "ดาบเลือกปฏิบัติ" หรือเปล่า?

ตรองอย่างนี้แล้ว.......

แวบแรก "ในสิ่งไม่กล้าทำ" ผมอยากเชือดคอตัวเอง เป็นการ "ผดุงความศักดิ์สิทธิ์" ให้พี่ชาย

แต่เมื่อไม่กล้าทำ กล้าแค่รับผิดชอบ สิ่งที่ผมควรทำตรงนี้ คือ

จะออกมา "ขอโทษประชาชน"

ทั้งในฐานะตัวเอง และแทนลูก แทนภรรยา ว่าสิ่งที่ทำไปแล้ว เมื่อประชาชนมองว่าผิด มองว่าเอาเปรียบสังคม ว่าไม่ถูกต้อง ยอมรับไม่ได้

ผมก็ขอโทษ .......

และถ้าผิด พร้อมรับโทษทางกฎหมาย!

เพื่อยืนยันให้เห็นถึงความจริงใจ ถ้าอยู่ในตำแหน่งงาน ผมจะลาออกทันที!

กับพี่ "ผู้ทำเพื่อสังคมชาติ"

เมื่อผม "ผู้น้อง" พลาด..........

แค่ "ลาภ-ยศ-สรรเสริญ-สุข" ส่วนตัว เมื่อเทียบกับภาระใหญ่ของพี่ ผู้ทำงานให้ชาติบ้านเมืองด้วยสุจริตเป็นที่ตั้ง มันน้อยนิดเหลือเกิน

แต่ ถึงน้อยนิด......

ก็ยังดีกว่า "ไม่แสดงอะไรเลย" แม้สักนิด "เพื่อพี่" มิใช่หรือ?

ครับ....นั่น เป็นแค่ "ความคิดสะท้อน" จากตัวผม

แต่ทีนี้ เรื่องที่เกิด มันไม่ใช่ผม หากแต่มันเป็นเรื่องภรรยาและลูกชายของ "พลเอกปรีชา จันทร์โอชา" ปลัดกระทรวงกลาโหม

ผู้เป็น "น้องชาย" นายกฯ "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" อันเป็นที่รัก-ที่หวัง ของประชาชนส่วนใหญ่ขณะนี้ ด้านสุจริต-โปร่งใส

นายกฯ ประยุทธ์ เลือดสะอาด ร่างกายแข็งแรง

แต่ประโยชน์ทับซ้อนจาก "น้องชาย-เมียน้อง-ลูกน้อง" มันเหมือน "ฟองอากาศ" ที่กำลังไหลเข้าเส้นเลือดนายกฯ

ปล่อยไปเรื่อยๆ โดยไม่ทำอะไรทางแก้ไขเบื้องต้น จะตาย-ไม่ตาย "ทางศรัทธาเชื่อถือ" ผมไม่ทราบ

ทราบแต่ว่า "เลือด" มีโอกาส "ติดเชื้อ" สูง!

วานซืน ดูข่าว ในวาระ "ปลัดกระทรวง" ที่เกษียณปีนี้ ไปพบนายกฯ ที่ทำเนียบ

เห็นหน้าตาพลเอกปรีชา ทุกข์ทนภายใน สะท้อนหม่นเศร้าฉาบทาให้เห็นภายนอก

ก็อย่างว่าแหละ พี่น้องร่วมสายเลือด รัก-ส่วนรัก, รวม-ส่วนรวม นำมาหักกลบลบหนี้กันไม่ได้

เหมือนยามศึก ในหลายๆ สนามรบ พ่อต้องฆ่าลูก พี่ต้องฆ่าน้อง น้องต้องฆ่าพี่

เพื่อคำว่า "ปฐพี" ต้องมาก่อน!

นี่ก็ประมาณนั้น พลเอกปรีชา วันนี้ (๓๐ กันยา ๕๙) ก็เป็นวันสุดท้ายในชีวิตราชการทหาร และวันสุดท้าย ในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม

จะยกมือขมาประชาชน แล้วบอก.........

"ผมขอลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม" เป็นการลุแก่โทษ ก็ไม่ได้แล้ว เพราะเกษียณอายุราชการวันนี้แล้ว

อย่างที่บอก นายกฯ ประยุทธ์ ถึงไม่ใช่มนุษย์แกร่งที่สุดในปฐพี

แต่ท่าน "หาจุดสลบ" ยาก!

ก็เรื่อง "น้อง-เมียน้อง-ลูกน้อง" นี่แหละ เป็น "จุดสลบ" ที่ฝ่ายตรงข้ามเจอแล้ว และไล่ทุบ-ไล่ทิ่ม เอาเป็น-เอาตาย อยู่ตอนนี้

ไปว่าใครไม่ได้ เพราะเป็น "ความชอบธรรม" ของผู้ถูกปกครอง ที่จะตรวจสอบฝ่ายปกครอง

แต่ต้องเข้าใจ เรื่องนี้ เหตุไม่ได้มาจากตัวนายกฯ เป็นเรื่องคนอื่นทำ แล้วลากโยงมายัดนายกฯ

บังเอิญ "คนอื่น" ที่ว่านั้น เป็นลูก-เมียของน้องชายนายกฯ

ถึงแม้นายกฯ บอก ไม่อุ้ม ไม่ช่วย ต้องเข้ากระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย ผิดตามผิด, ถูกตามถูก

นั่น ด้านกฎหมาย "เดินแล้ว".........

แต่ด้านจริยธรรมสำนึกทางสังคม "ยังไม่เดิน"!

กรณีเงินหลวง-คนหลวง-ของหลวงแท้ๆ แต่ป้ายสอพลอขึง "ฝายแม่ผ่องพรรณ" ภรรยาพลเอกปรีชา

กรณีผลประโยชน์ทับซ้อน ลูกชายพลเอกปรีชา ใช้บ้านพักในค่ายทหารตั้งบริษัทรับเหมางานก่อสร้างในกองทัพ

กฎหมายอาจไม่ห้าม แต่ด้านธรรมาภิบาล ด้านความถูกต้อง-เหมาะสม มันใช่มั้ย?

ถ้าไม่ใช่ลูก "พลเอกปรีชา" เป็นคนอื่นๆ ภายนอก หรือแม้ลูกทหารโนเนม ทำอย่างนั้นบ้างได้มั้ย?

ไม่ได้แน่!

ฉะนั้น อย่ายกประเด็น "ไม่ผิดกฎหมาย" มาอ้าง เพราะกฎหมายต้องอยู่ใต้กรอบ "ธรรมาภิบาล" อยู่แล้ว

รู้จักมั้ย ว่าหลักธรรมาภิบาลประกอบด้วยอะไรบ้าง?

พลเอกปรีชาต้องรู้อยู่แล้ว แต่เพื่อให้เข้าเนื้อสำนึก ผมจะนำมาตอกย้ำกันอีกที

หลักธรรมาธิบาลที่ทั้งโลกยึดเป็นกรอบบริหาร-จัดการสังคมงาน สังคมองค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประกอบด้วย

๑.หลักนิติธรรม การปฏิบัติตามกฎหมาย

๒.หลักคุณธรรม การยึดมั่นในความถูกต้อง ดีงาม

๓.หลักความโปร่งใส สุจริต ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

๔.หลักการมีส่วนร่วม ไม่ทำอะไรงุบงิบ ส่วนรวมต้องรู้เห็น

๕.หลักความรับผิดชอบ ทุกอย่างที่ทำ ต้องสำนึกต่อสังคม

๖.หลักความคุ้มค่า ไม่ใช่คุ้มเรา แต่คุ้มกับเม็ดเงินที่ใช้จ่าย

เมื่อดูตามนี้..........

ทั้งฝายแม่ผ่องพรรค ทั้งอัฐยาย-ขนมยาย "ตั้งบริษัทในบ้านพักทหารประมูลรับเหมางานกองทัพ"

"ผิดหลัก" ธรรมาภิบาลทุกข้อก็ว่าได้ ดังนั้น ทางบรรเทา "ไฟสังคม" เผาไหม้นายกฯ ในชั้นแรกทางสังคม

พลเอกปรีชายังมีตำแหน่ง "สนช." อยู่มิใช่หรือ?

แสดงสปิริต ใช้เป็นเครื่องบัดพลี "ลาออก" เสียเถอะครับ!

สนช.คือสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีหน้าที่ออกกฎหมาย ในเมื่อคนออกกฎหมาย มีปัญหา "มัวๆ ในกฎหมาย"

อยู่ไป จะเป็นตัวทำลาย "ความน่าเชื่อถือ" ในกฎหมายที่คลอดออกมาแต่ละฉบับเปล่าๆ

แต่ถ้าลาออกไป ยังจะได้ทั้งเกียรติ ทั้งโอกาส จากสังคมที่จะอภัยกับคนที่ "พลาดแล้วยอมรับผิด"!

ได้ยินรองนายกฯ "วิษณุ เครืองาม" บอก กำลังเข็นกฎหมาย ๗ ชั่วโคตร ๓ ชั่วโคตร เข้าสภา มีชื่อว่า

"ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวม"

เข้มขนาดว่า ต่อไป จะเอาโทรศัพท์มาชาร์จไฟหลวงก็ไม่ได้ เอาซองตราครุฑแค่ใส่เงินช่วยงานศพก็ยังไม่ได้

แต่ฉาวโฉ่ว่า เมียคนมีส่วนอนุมัติกฎหมาย เอาเรือบินหลวง คนหลวง เครื่องมือหลวง งบหลวง ไปสร้างฝายพอว่า

แต่กลับเขียนป้ายเป็น "ฝายชื่อตัวเอง" นี่ซี...น่าละอาย!

และการให้ลูกใช้บ้านพักในค่ายทหารตั้งบริษัท รับเหมางานก่อสร้างตามกองทัพ

แล้วแบบนี้ .........

ยังจะมีหน้าไปร่วมออกกฎหมาย "ผลประโยชน์ทับซ้อน" ไปบังคับใช้กับคนอื่นอยู่อีกหรือ?

ซัก ๕๐-๖๐ ปีที่แล้ว มีคดีอื้อฉาว แค่ตัดขนุนจากต้นริมคลองหลอดไปกิน ยังติดคุก ฐานลักของหลวง

สดๆ ร้อนๆ วานซืน อ่านข่าวพบ นายแพทย์ท่านหนึ่ง เอารถและข้าวของของคณะแพทย์ที่โรงพยาบาลไปใช้งานแต่งลูกสาว

ถูกจำคุก ๕ ปี ปรับ ๒ หมื่น ข้อหาทุจริตต่อหน้าที่!

พลเอกปรีชาลองใคร่ครวญซิ กรณีภรรยาและลูกท่าน นอกจากผิดหลักธรรมาภิบาลชัดเจนแล้ว

การใช้บ้านหลวง ไฟหลวง น้ำหลวง เครื่องมือหลวง ไปเพื่อธุรกิจส่วนตัว มันไร้สาระกว่าตัดขนุนริมคลองหลอด กว่าเอารถหลวงไปงานแต่งลูกสาวหรือ?

รักน้องก็ส่วนรัก.......

แต่ ๑ รัก ในน้อง มีความหมายแค่คนในตระกูล กับ ๖๗ ล้านรัก ในประชาชน มีความหมายในความเป็นสังคมชาติ

เท่าที่สังเกต นายกฯ ท่านเลือกแล้ว ใน "รักหลัง"!

ท่านพลเอกปรีชาครับ..........

พี่ชายท่านเจ็บปวดและกลืนเลือดเพื่อน้องเกินพอแล้ว

ลาออกจาก สนช.เถอะ.......

ถ้า "รักพี่" อย่างที่ "พี่รัก" ท่าน!.

 

ขอบคุณพิเศษ : ข้อเขียน "ป๋าเปลว แห่งไทยโพสต์"