- 02 ต.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ยังเดินหน้าทำตัวเป็นคลื่นเหนือน้ำอีกคนหนึ่ง สำหรับนายวัฒนา เมืองสุข อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ล่าสุดออกมาโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์การบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลและคสช.อีกครั้ง ด้วยหัวข้อ "อย่าทำให้ประเทศถึงทางตัน" และมีเนื้อสาระใจความว่า “คดีที่ผมถูกฟ้องตามกฎหมายคอมพิวเตอร์เสร็จการพิจารณา ศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 31 ตุลาคม 2559 เวลา 09.00 น. พยานปากสุดท้ายคือคุณสุนัย ผาสุก ได้มาเบิกความสรุปได้ว่า ข้อความที่ผมถูกฟ้องนั้น เป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่ตรงกับความเห็นของนานาอารยประเทศอีกเกือบหนึ่งร้อยประเทศ อันถือเป็นความเห็นแบบสันติที่ไม่มีลักษณะปลุกเร้าหรือสร้างความรุนแรง นอกจากคุณสุนัยที่มาเป็นพยานแล้ว ยังมีน้องโบว์หรือคุณณัฏฐาและคุณสมบัติ บุญงามอนงค์หรือบก. ลายจุดได้มาให้กำลังใจผมและรับฟังการสืบพยานด้วย
น้องเฟบอกผมว่าคุณลุงทักษิณได้รับเชิญให้มาบรรยายเรื่องช่องว่างระหว่างรายได้ (Income Gab) ที่มหาวิทยาลัย Layola Marymount มหานครลอสแองเจลิส ผมทราบว่าท่านนายกทักษิณมา DC ในวันที่ 1-3 ตุลาคม จึงขออนุญาตศาลเดินทางมาหาท่านและลูกที่ DC พร้อมกัน โดยให้เฟนั่งรถจากนิวยอร์คมาสมทบกับบีมที่อยู่ DC ท่านนายกทักษิณจองห้องให้พวกเราพักกับท่านที่โรงแรม Willard InterCon และพาพวกเราไปเลี้ยงฉลองวันเกิดให้น้องเฟซึ่งเกิดวันที่ 1 ตุลาคม ที่ร้าน Charlie Palmer Steak ในกรุงวอชิงตัน ดีซี
หลายคนแสดงความเป็นห่วงเรื่องคดีที่กำลังถาโถมเข้ามาหาผมและพรรคพวก โดยเห็นว่า คสช. กำลังใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือกำจัดฝ่ายตรงข้าม ซึ่งคนไทยจำนวนมากและประชาคมโลกต่างก็รู้สึกเช่นเดียวกัน แต่ผมเห็นว่าเป็นการลงทุนที่เสี่ยงมาก เพราะหากประชาชนไม่สามารถแสวงหาความเป็นธรรมได้จากกระบวนการยุติธรรมแล้ว ประชาชนก็ต้องแสวงหาความเป็นธรรมกันเอง นั่นก็คือสงครามกลางเมืองแบบที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งเราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะมันคือการสูญเสียของทุกฝ่าย
ทางออกเดียวที่ประเทศจะหลุดจากความขัดแย้งคือการสร้างความปรองดองด้วยการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากกฏเกณฑ์ใดไม่สามารถใช้บังคับได้อย่างเท่าเทียมก็ต้องเลิกกฎเกณฑ์นั้น ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้ประชาชนเห็นว่ากำลังถูกเลือกปฏิบัติ อำนาจที่มีในมือควรใช้เพื่อสร้างความปรองดองมากกว่าใช้ประหัตประหารฝ่ายตรงข้าม เหลือกระบวนการยุติธรรมไว้เป็นทางออกให้กับประชาชนดีกว่า อย่าเอามาเป็นเครื่องมือทางการเมืองจนไม่เหลือทางออกให้กับประเทศเลย ... อันตรายครับ??
