- 04 ต.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
ที่ ห้องประชุมมิตรภาพ อาคารเรียนรวม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานประกอบพิธีบำเพ็ญบุญกุศลทักษิณานุประทาน วันคล้ายวันเกิด พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ โดยมีคณะศิษยานุศิษย์ในเขต จ.ขอนแก่น จังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งจากวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ร่วมในการประกอบพิธีทางศาสนาเป็นจำนวนมาก โดยมีพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่รวมทั้งพระภิกษุ สามเณร ในพื้นที่ จ.ขอนแก่นและจากวัดบ้านไร่ รวมกว่า 100 รูป ร่วมในการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานในครั้งนี้
รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข. กล่าวว่า การกำหนดพิธีบำเพ็ญบุญกุศลทักษิณานุประทาน เพื่อถวายแด่หลวงพ่อคูณ ครั้งนี้เป็นการกำหนดจัดกิจกรรมงานบุญอย่างต่อเนื่องของเหล่าพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ รวมทั้งคณะผู้บริหาร คณาจารย์และนักศึกษา ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีคณะแพทยศาสตร์ เป็นเจ้าภาพดำเนินงาน โดยการประกอบพิธีวันนี้ได้แบ่งอออกเป็น 2 ช่วง โดยในช่วงเช้าได้จัดให้มีพิธีการทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห่ง ถวายแด่พระสงฆ์ 100 รูปจากนั้นจะเป็นการถวายภัตราการ จตุปัจจัย และเครื่องไทยธรรม โดยที่ประธานฝ่ายสงฆ์ จะกล่าวอนุโมทนากถาธรรม เพื่อบำเพ็ญบุญกุศลทักษิณานุประทานวันคล้ายวันเกิดหลวงพ่อคูณ
ขณะที่พิธีกรรมในช่วงสายนั้นจะมีการประกอบพิธีกรรม ณ ห้องเก็บสรีระสังขาร หลวงพ่อคูณ ที่ชั้น 7 อาคารเรียนรวม โดยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูปจะร่วมสวดพระพุทธมนต์ ขณะที่คณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยฯ,คณะแพทยศาสตร์ รวมทั้งจากคณะต่างๆรวมไปถึงศิษยานุศิษย์และผู้ที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาจะร่วมทอดผ้าไตรบังสุกุล ถวายภัตราหารเพล จตุปัจจัยและเครื่องไทยธรรม ถือเป็นการเสร็จพิธี
รศ.ดร.กิตติชัย กล่าวต่ออีกว่า ตลอดในช่วงทำพิธีได้กำหนดให้มีการเปิดให้กราบสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ บริเวณชั้น 7 ของอาคารเรียนรวม โดยพุทธศาสนิกชนสามารถติดต่อประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่บริเวณด้านหน้าห้องเก็บสรีระสังขาร ขณะที่บริเวณ ชั้น 1 อาคารผู้ป่วยนอกนั้นยังคงมีการประดิษฐานรูปปั้นและภาพเหมือนหลวงพ่อคูณ เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งการร่วมบริจาคเพื่อสมทบกองทุนหลวงพ่อคูณ เพื่อช่วยเหลือพระสงฆ์อาพาธอีกด้วย
ประวัติ
หลวงพ่อคูณ เกิดในชื่อและนามสกุลทางโลกคือ คูณ ฉัตร์พลกรัง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2466 ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน ที่บ้านไร่ หมู่ที่ 6 ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรชายคนโตของบุญ (บิดา) และทองขาว (มารดา) ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกร มีพี่น้องร่วมบิดามารดาสามคน
อุปสมบท
คูณ ฉัตร์พลกรัง อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดถนนหักใหญ่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 ปีวอก อุปัชฌาย์ให้ฉายาว่า ปริสุทฺโธ หลังจากนั้น หลวงพ่อคูณฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ตำบลสำนักตะคร้อ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา หลวงพ่อแดง เป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระ และวิปัสสนาธุระอย่างเคร่งครัด ทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์ ที่เรืองวิทยาคมเป็นอย่างยิ่ง จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คน และลูกศิษย์เป็นอย่างมาก
หลวงพ่อคูณจึงออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย เดินข้ามเขตแดนทางจังหวัดสุรินทร์ สู่จังหวัดนครราชสีมา กลับสู่ถิ่นเกิดที่บ้านไร่ จากนั้นจึงเริ่มดำริให้ก่อสร้างวัด ให้เป็นถาวรวัตถุทางพระพุทธศาสนา โดยเริ่มสร้างพระอุโบสถเมื่อ พ.ศ. 2496 นอกจากนั้น หลวงพ่อคูณยังดำริให้สร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำไว้เพื่ออุปโภคและบริโภค ทั้งจัดสร้างโรงเรียนวัดบ้านไร่ เพื่อการศึกษาของเยาวชนละแวกนี้อีกด้วย
หลวงพ่อคูณอาพาธ และข่าวหลวงพ่อคูณ มรณภาพ
ในช่วงวัยชราของท่าน ท่านมีอาการเจ็บป่วยต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลมาโดยตลอด โดยหลวงพ่อคูณเริ่มมีอาการอาพาธตั้งแต่ปี 2543 ด้วยโรคหัวใจ ซึ่งแพทย์ได้ผ่าตัดทำบายพาสหัวใจให้ท่าน จนอาการดีขึ้นตามลำดับ ต่อมาวันที่ 25 ตุลาคม 2547 ท่านมีอาการอาพาธอีกครั้งด้วยอาการเลือดคั่งในสมอง ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลศิริราชกรุงเทพมหานคร ให้แพทย์ผ่าตัดสมองเพื่อเอาลิ่มเลือดออก จนอาการปลอดภัย
จากนั้น วันที่ 26 เมษายน 2552 ท่านอาพาธด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ส่งผลให้มีอาการซึมเศร้าและต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาหลายวัน จนกระทั่งอาการดีขึ้นและสามารถกลับวัดบ้านไร่ได้ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2552 หลังจากนั้นสุขภาพร่างกายของท่านก็อ่อนแอมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2554 ท่านก็มีอาการอาพาธด้วยวัณโรคปอด ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาอีกกว่า 4 เดือน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2556 ท่านก็มีอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และมีอาการแทรกคือ หลอดลมอักเสบรวมทั้งเกิดภาวะเสมหะลงคอ ทำให้ปอดเกิดการอักเสบติดเชื้อ คณะศิษย์ต้องนำตัวส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จนกระทั่งอาการท่านเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ก่อนที่คณะแพทย์จะได้นำตัวหลวงพ่อคูณกลับวัดบ้านไร่ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 เพื่อพักรักษาตัวอยู่ภายในห้องกระจกที่มีแพทย์และพยาบาลเฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชิด โดยไม่อนุญาตให้ญาติโยมเข้าเยี่ยมเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งตลอดเวลาที่พักรักษาตัวก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับ
จนกระทั่งเมื่อเวลา 05.40 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม 2558 ท่านมีอาการหัวใจหยุดเต้น แพทย์ต้องนำตัวส่งมารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาอีกครั้ง โดยคณะแพทย์ได้ทำการรักษาอย่างสุดความสามารถ แต่ไม่อาจยื้อชีวิตได้ ท่านได้ละสังขารไปเมื่อเวลา 11.45 น. ของวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 สิริอายุ 92 ปี
