- 04 ต.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
"จตุพร"ข้องใจ ผบ.ทบ.ประกาศจะ ตามหาปืน ของกองทัพ ที่หายไประหว่าง การชุมนุมทางการเมือง กลุ่ม นปช.ปี53 จี้ เมื่อจะหาปืน ก็ต้อง คลี่คลาย การเสียชีวิตของ ประชาชน ขณะเดียวกันเรีกร้องให้ นายกฯ ตรวจสอบ "บิ๊กป้อม" เหมาเครื่องบินไปประชุม ที่ ฮาวาย
วันนี้ ( 4 ต.ค.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์คลิปจัดรายการผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ลงบนเฟซบุ๊คเพจส่วนตัวชื่อ “Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์” ถึงกรณี "บิ๊กเจี๊ยบ" พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ระบุจะตามหาปืนทหารที่หายไปในเหตุการณ์ เม.ย.-พ.ค. ปี 2553 ในการชุมนุมของกลุ่มนปช.คนเสื้อแดงว่า ผบ.ทบ. เข้ารับตำแหน่งใหม่ก็แถลง หาปืนหายทันที โดยไม่สนใจที่จะสืบหาสาเหตุที่ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ออกมาร่วมชุมนุมต้องตายร่วม 100 ชีวิต ซึ่งแสดงถึงปืนทหารสำคัญกว่าความตายประชาชน
เมื่อ ผบ.ทบ. มีความตั้งใจจะหาปืนทหารหายแล้ว ควรทำให้ทุกเรื่องราวในเหตุการณ์ เม.ย.-พ.ค. ปี 2553 ได้ปรากฏความจริงให้กระจ่างชัด ว่า ทหารใช้ใช้งบประมาณและเบิกปืนมาก่อเหตุเท่าไร ส่วนปืนที่ประชาชนยึดมานั้นได้คืนครบหมด ดังนั้น หากมีการสูญหายอยู่ ต้องมีข้อมูลจำนวนปืนและกระสุนที่ทหารเบิกออกมาใช้จำนวนเท่าใด และความตายที่เกิดขึ้นนั้นถูกฆ่าด้วยปืนชนิดใด
“เมื่อ ผบ.ทบ. แถลงรับตำแหน่งใหม่ ด้วยการรื้อฟื้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาใหม่ โดยทวงถามหาปืนหายไปนั้น เมื่อจะทำกันแล้ว ควรทำให้ปรากฏเป็นความจริง เมื่อทวงหาปืนทหารได้ ผมเสนอให้ตามหาชีวิตประชาชนที่หายไปได้ โดยไม่ให้ความตายร่วม 100 ชีวิต ที่เกิดขึ้นกลางกรุงเทพเป็นชีวิตที่สูญหายอันสูญเปล่า”
นายจตุพร ยังกล่าวด้วยว่า สังคมยังเคลือบแคลงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท เหมาลำเครื่องบินเดินทางไปประชุมที่ฮาวาย ประเทศสหรัฐ มีเจ้าหน้าที่ร่วมเดินทาง 38 คน ตั้งงบค่าอาหาร 600,000 บาท และไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อผู้ร่วมเดินทางได้ “ทหารอ้างไปทำงานความมั่นคงไม่ได้ไปเที่ยว เราก็รู้ว่าไปทำงานไปประชุมไม่ได้ไปเที่ยว ซึ่งไม่ได้สงสัยในเรื่องนี้ แต่สังคมสงสัยว่า ทำไมต้องใช้ภาษีประชาชนในช่วงประเทศเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ยิ่งกว่านั้นรายชื่อผู้ร่วมเดินทางไปด้วยกลับเป็นความลับอีก ประชาชนย่อมมีความกังขาเพิ่มมากขึ้น เรื่องเกี่ยวข้องกับครอบครัวนายกรัฐมนตรี และการเดินทางของรองนายกรัฐมนตรีที่หลุดออกมานั้น คนนอกไม่มีการรับรู้เลย นอกจากเป็นคนใน ซึ่งจะอยู่ฝ่ายไหนไม่รู้ แต่ทำให้ประชาชนได้รับรู้ข้อเท็จจริง ดังนั้น ควรเปิดงบประมาณค่าใช้มาเปรียบเทียบกันทุกรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนรับรู้การใช้จ่ายภาษีของประเทศในทุกรัฐบาลแตกต่างและคุ้มค่าหรือไม่”
นายจตุพร กล่าวอีกว่า แค่อ้างว่าไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยวแล้วจบเรื่องคงไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ ควรใช้โอกาสที่สังคมต้องการคำตอบด้วยการทำความจริงให้ปรากฏ โดยเปรียบเทียบให้กระจ่างว่า การใช้งบประมาณเดินทางไปต่างประเทศของแต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีค่าใช้จ่ายมากมายเท่าใด และแตกต่างกันอย่างไร
