วุ่นทั้งจังหวัด!!! นักอนุรักษ์แฉสารพิษกระจายแม่น้ำแม่กลอง หลังพบปลากระเบนราหูยักษ์ลอยตายระนาว  ผู้ว่าฯตั้งโต๊ะถกทุกหน่วยหาสาเหตุวันนี้??

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

    ถือเป็นประเด็นใหญ่ในเชิงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องเร่งแก้ไขโดยเร่งด่วน  ภายหลังจากชาวบ้านที่อยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำแม่กลอง ทั้งในพื้นที่ อ.อัมพวา และ อ.เมืองสมุทรสงคราม จ.สมุทรสงคราม  ได้พบซากปลากระเบนจำนวนมาก ลอยในแม่น้ำแม่กลองตามกระแสน้ำขึ้นลง

 

     ต่อมา   รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ  ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ และอาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมคณะ ได้เดินทางมาที่บริเวณบ้านท้ายหาดรีสอร์ต ตำบลท้ายหาด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อพิสูจน์การตายของปลากระเบนราหูเจ้าพระยา ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “Himantura chaophraya”  พบเป็นปลากระเบนราหูเพศเมีย มีอายุกว่า 50 ปี กว้าง 2 เมตร ยาว 30 ซม. และพบปลากระเบนตายอีกที่บริเวณหน้าวัดปากน้ำ ตำบลแควอ้อม เขตอำเภออัมพวา มีอายุกว่า 20 ปี จึงใช้เรือลากมาขึ้นฝั่งที่บริเวณหน้าวัดท้ายหาด จากการผ่าพิสูตร DNA พบว่าเป็นปลาเพศเมีย 2 ตัว ตั้งท้องทั้ง 2 ตัว

         

     รศ.สพ.ญ.ดร. นันทริกา กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่เห็นปลากระเบนราหูเจ้าพระยา ต้องมาเจอสารพิษตายจำนวนมากมายเช่นนี้ ตนเองและคณะได้มาศึกษาวิจัยปลากระเบนราหูเจ้าพระยาที่แม่น้ำแม่กลอง เมื่อปี 51 พร้อมฝังไมโครชิพ เอาไว้บริเวณหางของมัน จุดแรกที่ได้รับแจ้งที่บริเวณริมอ่าวตำบลคลองโคน ตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค. จนถึงขณะนี้ ตายไปแล้วกว่า 25 ตัว “มันตายแบบผิดธรรมชาติ สารพิษพวกนี้อยู่ในสารฟอกย้อม หรือส่วนประกอบของคลอรีน”

วุ่นทั้งจังหวัด!!! นักอนุรักษ์แฉสารพิษกระจายแม่น้ำแม่กลอง หลังพบปลากระเบนราหูยักษ์ลอยตายระนาว  ผู้ว่าฯตั้งโต๊ะถกทุกหน่วยหาสาเหตุวันนี้??

         

     ร.ศ.สพ.ญ.ดร. นันทริกา กล่าวต่อว่า ปลากระเบนราหูเจ้าพระยา เป็นสัตว์อนุรักษ์ เป็นมรดกของชาติ หากินผิวพื้นดินใต้น้ำ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันตรวจสอบว่า สารพิษมีที่มาจากไหนกันแน่ เนื่องจากปากอ่าวแม่น้ำแม่กลอง กระแสน้ำไหลขึ้น-ไหลลงผ่าน 3 อำเภอ จึงพบปลาลอยตายในแม่น้ำแม่กลอง ทั้ง 3 อำเภอ

วุ่นทั้งจังหวัด!!! นักอนุรักษ์แฉสารพิษกระจายแม่น้ำแม่กลอง หลังพบปลากระเบนราหูยักษ์ลอยตายระนาว  ผู้ว่าฯตั้งโต๊ะถกทุกหน่วยหาสาเหตุวันนี้??

 

     ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า R Mee Ampawa โพสต์ข้อความระบุว่า จากการลงพื้นที่ไปดูคุณหมอทำงาน ล่าสุดเวลานี้มีกระเบนราหูตายแล้ว 32 ตัว โดยในวันนี้มีอยู่ 2 ตัวที่มีขนาดใหญ่มาก อายุน่าจะประมาณ 50 ปี และจากการผ่าพบด้วยว่ามันท้องอยู่ และลูกทั้งหมดก็ตายไปด้วย

วุ่นทั้งจังหวัด!!! นักอนุรักษ์แฉสารพิษกระจายแม่น้ำแม่กลอง หลังพบปลากระเบนราหูยักษ์ลอยตายระนาว  ผู้ว่าฯตั้งโต๊ะถกทุกหน่วยหาสาเหตุวันนี้??

วุ่นทั้งจังหวัด!!! นักอนุรักษ์แฉสารพิษกระจายแม่น้ำแม่กลอง หลังพบปลากระเบนราหูยักษ์ลอยตายระนาว  ผู้ว่าฯตั้งโต๊ะถกทุกหน่วยหาสาเหตุวันนี้??

     ทางด้านนายคันฉัตร ตันเสถียร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม   กล่าว  สาเหตุปลากะพงตาย คาดว่าเกิดจากปอระสิดบางชนิดเกาะกินที่ตัวปลาอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง   นอกจากนี้คุณภาพน้ำก็มีปัญหาเนื่องจากปนเปื้อนเศษดินหินทรายและสารเคมีไหลลงมาทำให้ปลาตายได้ โดยล่าสุดได้ให้เจ้าหน้าที่นำน้ำในแม่น้ำแม่กลองไปตรวจหาค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (BOD) พบว่าเขตอำเภอเมืองสมุทรสงครามแม้จะอยู่ใกล้ทะเลปากอ่าวแม่กลอง แต่ค่า BOD ต่ำมากเพียง 1.57 เขตอำเภออัมพวาพื้นที่ปลากระเบนตายมากที่สุด 1.78 ส่วนเขตอำเภอบางคนที 3.42 ซึ่งปกติค่า BOD ไม่ควรต่ำจาก 4 มิลลิกรัมต่อลิตร

 

     โดยการช่วยเหลือผู้เลี้ยงปลากะพงนั้นเบื้องต้นจะหารือกับสหกรณ์ประมงแม่กลองจำกัด นำปลากะพงที่เหลือและกำลังจะตายขึ้นมาแช่เย็นเก็บไว้ เนื่องจากช่วงนี้อยู่ในเทศกาลกินเจทำให้ราคาปลาตกต่ำ นอกจากนี้ยังจะประสานกรมชลประทานขอให้ปล่อยน้ำจืดจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ลงมาให้มากขึ้น เพื่อไล่น้ำคุณภาพต่ำออกไปให้เร็วที่สุด และวันนี้ (7 ต.ค.) เวลา 09.00 น.จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหาสาเหตุที่ชัดเจนว่าสาเหตุปลากระเบนตายเกิดจากอะไรแน่ ส่วนกรณีที่โลกโซเชียล บอกว่า  น่าจะเกิดจากน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ลักลอบปล่อยออกมานั้น  นายคันฉัตร บอกว่าเรื่องนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

         

      ขณะที่นายกฤษฎา ตั้งวิชิตฤกษ์ อายุ 39 ปี ชาวตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม กล่าวว่าตนมาเลี้ยงปลากะพงในกระชัง พื้นที่หมู่ 7 ตำบลบ้านปรก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จำนวน 20 กระชัง ประมาณ 150 ตัว ก่อนหน้านี้น้ำในแม่น้ำแม่กลองเริ่มมีสีแดง ปลาในกระชังขนาดตัวละ 4-5 กิโลกรัมก็เริ่มไม่กินอาหารและทยอยตายวันละกว่า 10 ตัว มากว่า 1 สัปดาห์ เสียหายวันละเกือบ 1 หมื่นบาท ที่เหลือเริ่มทยอยตายจะตักขึ้นขายราคาก็ตกเนื่องจากติดช่วงเทศกาลกินเจ จึงยังไม่รู้จะทำอย่างไร จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ และหาสาเหตุของปลาตายครั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาระยะยาวต่อไป