สดๆร้อนๆจากหน้าศาล!! "ปู" โอด ขอความเห็นใจ ย้ำจำนำข้าวช่วยชาวนาแท้จริง  แต่กลับถูกยึดทรัพย์ 3.5 หมื่นล้าน

ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th

วันนี้ ( 7 ต.ค.)  ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง   เมื่อเวลา 08.45 น.  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมทนาย เดินทางมาศาลฎีกาฯ คดีโครงการรับจำนำข้าว เพื่อขึ้นสืบพยานฝ่ายจำเลยเป็นนัดที่ 4  ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยมีบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) และอดีต ส.ส.อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรค นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตส.ส.น่าน นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตส.ส.กรุงเทพฯ โดยมีมวลชนไปให้กำลังใจจำนำวนหนึ่ง และทันทีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปถึง กลุ่มมวลชนได้มอบดอกไม้  และตะโกนให้กำลังใจ "นายกฯ ปูสู้ๆ -เรารักนายกฯ ปู"

 

สดๆร้อนๆจากหน้าศาล!! "ปู" โอด ขอความเห็นใจ ย้ำจำนำข้าวช่วยชาวนาแท้จริง  แต่กลับถูกยึดทรัพย์ 3.5 หมื่นล้าน
         

น.ส.ยิ่งลักษณ์  ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการใช้คำสั่งทางปกครองเรียกเก็บค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวจำนวนกว่า 35,000 ล้านบาทว่า  อยากขอความเห็นใจจากประชาชนว่านโยบายนี้ทำเพื่อช่วยเหลือชาวนาอย่างแท้จริง  ได้ร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการต่างๆ หลายครั้งแล้ว เพราะการจะใช้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อให้กรมบังคับคดีมีอำนาจยึดทรัพย์เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  ตนได้ร้องขอความธรรมไปแล้ว อยากให้รัฐบาลนำไปพิจารณาบนข้อเท็จจริงและความสมเหตุสมผล  เพราะการเลือกใช้คำสั่งทางปกครองเหมือนเป็นการตัดสินแล้ว  ทั้งที่ควรจะใช้การฟ้องศาลแพ่ง   อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือทางปกครอง และยังหวังว่ารัฐบาลจะไม่ใช้ ทั้งนี้ยืนยันว่าเราต่อสู้อย่างเต็มที่และมั่นใจในพยานหลักฐานข้อเท็จจริงที่ชี้แจง  ส่วนเรื่องการร้องขอความเป็นธรรมในคดีนั้น ตนได้ร้องไปทุกที่ แต่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมและยังไม่ได้รับการตอบรับอย่างเป็นทางการจากทุกหน่วยงานที่ได้ร้องไป

 

สดๆร้อนๆจากหน้าศาล!! "ปู" โอด ขอความเห็นใจ ย้ำจำนำข้าวช่วยชาวนาแท้จริง  แต่กลับถูกยึดทรัพย์ 3.5 หมื่นล้าน


เมื่อถามว่า ถูกดำเนินคดีคนเดียวถึง 15 คดี มองว่ามีความไม่เป็นธรรมอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อยากให้ทุกหน่วยงานยึดสาระเหมือนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ให้ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมและตามหลักสากล  จึงเป็นสาเหตุให้ตนต้องร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงและสาธารณะชน  เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้พิจารณาสิ่งต่างๆ บนความเป็นธรรม และเท่าเทียม