- 07 ต.ค. 2559
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 7 ต.ค.) ที่ศูนย์บริการประชาชน (สำนักงานก.พ.) เมื่อเวลา 13.30 น. นายจงรักษ์ เหล็งหนูดำ ทนายความ บริษัทซิงตั๊ก กรุ๊ป จำกัด ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินการเอาผิดเกี่ยวกับการปลอมปนข้าวในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา
นายจงรักษ์ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ประมูลซื้อข้าวในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกจากองค์การคลังสินค้า ปีการผลิต 2556/2557 จำนวน 39,000 กว่าตัน มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท พบว่า ทุกกองที่ตรวจสอบมีลักษณะเดียวกันคือกระสอบชั้นล่างด้านนอกเป็นข้าวเหนียวขาว 10% แต่เมื่อสูงถึงประมาณสอบที่ 20 ขึ้นไปจะเป็นข้าวเจ้าและข้าวปลอมปนจำนวนมาก ส่วนกระสอบด้านบนก็จะเป็นข้าวเจ้าและข้าวปลอมปนทั้งสิ้นเช่นเดียวกัน จนถึงปัจจุบันสามารถคัดแยกข้าวเหนียวขาว 10% เสรี็จเรียบร้อยแล้วจำนวน 11 กอง จากทั้งหมด 22 กอง ปรากฏว่าได้ข้าวเหนียวขาว 10% ที่ได้คุณภาพและมาตรฐานตามที่กระทรวงพสณิชย์กำหนด จำนวน 25,887 กระสอบ ข้าวขาว(ข้าวเจ้า) จำนวน 98,460 กระสอบ ข้าวปลอมปน จำนวน 68,765 กระสอบ และข้าวเปียกน้ำ จำนวน 194 กระสอบ ซึ่งการคัดแยกข้าวดังกล่าวทำให้ได้ข้าวเหนียวขาว 10% ตามสัญญาเพียงประมาณ 15% เท่านั้น อีก 85% ล้วนเป็นข้าวขาว(ข้าวเจ้า) และข้าวปลอมปนทั้งสิ้น
หลังจากที่บริษัทฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการคัดแยก คาดว่า มีข้าวที่รับซื้อจากการสวมสิทธิ์จากต่างประเทศอยู่มาก ทั้งนี้ เมื่อทางบริษัทฯ ตรวจสอบแล้วว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นความผิด ก็มีเจ้าของโรงสีมาเจรจาขอซื้อข้าวคืนและชดใช้ความเสียหายให้ แต่ทางบริษัทฯ ไม่ยอม เพราะถือว่าผิดกฎหมาย และจะเข้าทางผู้ที่ทุจริตและเชื่อว่า เรื่องนี้มีการทำมาเป็นกระบวนการ
" ในระหว่างการคัดแยกข้าว ได้มีบุคคลอ้างตัวว่าเป็นตัวแทนจากโรงสี มาขอเจรจาซื้อข้าวในคลังสินค้าคืนทั้งหมด หรือขอชดใช้ความเสียหายให้แก่บริษัทบางส่วน และขอให้บริษัทยุติเรื่องทั้งหมด แต่บริษัทไม่ตกลงด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งอ้างว่ามีความใกล้ชิดกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาขอเจรจาแต่ทางบริษัทไม่ตกลง" นายจงรักษ์ กล่าว
นายจงรักษ์ กล่าวอีกว่า บริษัทฯ จะเร่งดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับการปนปลอมข้าวทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน จากนั้น จะนำข้อมูลต่างๆ มาเปิดเผยต่อสาธารณะชน เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำคดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งในวงการค้าข้าวในประเทศไทยนั้น ผู้ค้าส่วนใหญ่ล้วนรู้จักกันเกือบทั้งหมด ทำให้ทราบได้ว่าการกระทำความผิดในคดีนี้ ทำเป็นกระบวนการใหญ่ และผู้กระทำล้วนมีอิทธิพลทางด้านการเงิน กำลังคนและนักการเมืองหนุนหลัง อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถปราบทุจริต ประพฤติไม่ชอบทั้งในภาครัฐและเอกชนได้
