ฉาวอีกแล้ว!! เอกชนฟ้อง"บิ๊กตู่"เอาผิดปลอมปนจำนำข้าว แฉซื้อมา3.9หมื่นตัน ได้ข้าวที่ต้องการแค่15% ระบุมี"นกม.-โรงสี"มาขอเคลียร์และให้หยุดร้อง

ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th

วันนี้ ( 7 ต.ค.)  ที่ศูนย์บริการประชาชน (สำนักงานก.พ.)  เมื่อเวลา 13.30 น.  นายจงรักษ์ เหล็งหนูดำ ทนายความ บริษัทซิงตั๊ก กรุ๊ป จำกัด ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินการเอาผิดเกี่ยวกับการปลอมปนข้าวในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา


นายจงรักษ์  เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ประมูลซื้อข้าวในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกจากองค์การคลังสินค้า ปีการผลิต 2556/2557 จำนวน 39,000 กว่าตัน มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท พบว่า ทุกกองที่ตรวจสอบมีลักษณะเดียวกันคือกระสอบชั้นล่างด้านนอกเป็นข้าวเหนียวขาว 10%  แต่เมื่อสูงถึงประมาณสอบที่ 20 ขึ้นไปจะเป็นข้าวเจ้าและข้าวปลอมปนจำนวนมาก ส่วนกระสอบด้านบนก็จะเป็นข้าวเจ้าและข้าวปลอมปนทั้งสิ้นเช่นเดียวกัน  จนถึงปัจจุบันสามารถคัดแยกข้าวเหนียวขาว 10% เสรี็จเรียบร้อยแล้วจำนวน 11 กอง จากทั้งหมด 22 กอง  ปรากฏว่าได้ข้าวเหนียวขาว 10% ที่ได้คุณภาพและมาตรฐานตามที่กระทรวงพสณิชย์กำหนด จำนวน 25,887 กระสอบ ข้าวขาว(ข้าวเจ้า) จำนวน 98,460 กระสอบ  ข้าวปลอมปน จำนวน 68,765 กระสอบ และข้าวเปียกน้ำ จำนวน 194 กระสอบ  ซึ่งการคัดแยกข้าวดังกล่าวทำให้ได้ข้าวเหนียวขาว 10% ตามสัญญาเพียงประมาณ 15% เท่านั้น  อีก 85% ล้วนเป็นข้าวขาว(ข้าวเจ้า) และข้าวปลอมปนทั้งสิ้น


หลังจากที่บริษัทฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการคัดแยก  คาดว่า มีข้าวที่รับซื้อจากการสวมสิทธิ์จากต่างประเทศอยู่มาก  ทั้งนี้ เมื่อทางบริษัทฯ ตรวจสอบแล้วว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นความผิด  ก็มีเจ้าของโรงสีมาเจรจาขอซื้อข้าวคืนและชดใช้ความเสียหายให้  แต่ทางบริษัทฯ ไม่ยอม  เพราะถือว่าผิดกฎหมาย และจะเข้าทางผู้ที่ทุจริตและเชื่อว่า  เรื่องนี้มีการทำมาเป็นกระบวนการ


" ในระหว่างการคัดแยกข้าว ได้มีบุคคลอ้างตัวว่าเป็นตัวแทนจากโรงสี มาขอเจรจาซื้อข้าวในคลังสินค้าคืนทั้งหมด  หรือขอชดใช้ความเสียหายให้แก่บริษัทบางส่วน และขอให้บริษัทยุติเรื่องทั้งหมด  แต่บริษัทไม่ตกลงด้วย  นอกจากนี้ยังมีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ซึ่งอ้างว่ามีความใกล้ชิดกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาขอเจรจาแต่ทางบริษัทไม่ตกลง" นายจงรักษ์ กล่าว


นายจงรักษ์ กล่าวอีกว่า  บริษัทฯ จะเร่งดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับการปนปลอมข้าวทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน  จากนั้น จะนำข้อมูลต่างๆ มาเปิดเผยต่อสาธารณะชน  เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำคดีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว  ซึ่งในวงการค้าข้าวในประเทศไทยนั้น  ผู้ค้าส่วนใหญ่ล้วนรู้จักกันเกือบทั้งหมด  ทำให้ทราบได้ว่าการกระทำความผิดในคดีนี้  ทำเป็นกระบวนการใหญ่  และผู้กระทำล้วนมีอิทธิพลทางด้านการเงิน  กำลังคนและนักการเมืองหนุนหลัง  อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถปราบทุจริต ประพฤติไม่ชอบทั้งในภาครัฐและเอกชนได้