แกล้งโง่อีกแล้ว!!! "หมอวรงค์" ทิ่ม "ทนายหญิงปู" เทียบ "โกงข้าว-ป้องเงินบาท" คนละเรื่องกัน อย่าหวังฟลุ๊คหนีผิด??!

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th

 


แกล้งโง่อีกแล้ว!!! "หมอวรงค์" ทิ่ม "ทนายนารีปู" เทียบคดี "จำนำข้าวกับการป้องเงินบาท" ยุคเริงชัยคนละเรื่องกัน เพราะตอนนั้นไม่มีหน่วยงานท้วงติงเรื่องการทุจริตต่างกับหญิงปูที่เตือนแล้วเตือนอีก ดังนั้น อย่าหวังฟลุ๊คหนีผิด??!

 

วันนี้ (7 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หยิบยกคดีจำนำข้าวกับคดีปกป้องค่าเงินบาทยุคนายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ดำเนินการแล้วขาดทุน แต่ศาลฎีกายกฟ้องว่า การอ้างว่ากรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์และนายเริงชัย มีการคิดกำไรขาดทุน และเกิดจากการดำเนินนโยบายเหมือนกันนั้น ตนยืนยันว่า 2 เรื่องนี้มีความต่างกันคือ ที่ผ่านมามีการทักท้วง ตักเตือน การดำเนินนโยบายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะเรื่องการทุจริต เงินลงไม่ถึงมือชาวนา รวมทั้งมีการปล่อยให้มีการทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีด้วย แต่ในส่วนคดีของนายเริงชัย ไม่ปรากฏว่า มีหน่วยงานราชการ ตักเตือน ท้วงติงเรื่องการทุจริตตั้งแต่ต้น และตลอดการดำเนินการ ก็ไม่มีการกล่าวหาพบการทุจริต

 

 

"การที่เขาอ้างว่าศาลฎีกาได้วางบรรทัดฐานแล้วว่า การปฏิบัติหน้าที่ต่อการตัดสินใจในด้านนโยบายนั้น แม้จะต้องสูญเสียเงินไป ก็ไม่ถือเป็นความเสียหาย ไม่สามารถคิดเป็นกำไร ขาดทุนได้ ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องการดำเนินนโยบายที่ต้องสูญเสียนั้น ทุกฝ่ายเห็นด้วย เพราะทุกนโยบายต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณ แต่การดำเนินนโยบายที่เอื้อไปสู่การทุจริต รวมทั้งมีการเตือนว่ามีการทุจริตยังไม่สนใจ และเชื่อว่าศาลฎีกาท่านไม่คุ้มครองการทุจริต ส่วนที่เขาอ้างว่ารัฐบาลนี้กลับไม่ให้ความเป็นธรรมต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะจะใช้วิธีออกคำสั่งทางปกครองกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนขอแจงว่าการออกคำสั่งดังกล่าว มีพ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่มารองรับ การดำเนินคดีจำเลยแต่ละคนก็ต้องดูความเหมาะสมต่อรูปคดี ไม่ใช่ปล่อยให้จำเลยเป็นคนเลือกว่าขอขึ้นศาลไหนก็ได้ ที่สำคัญศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า คดีความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่จากการปฏิบัติหน้าที่ ที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง" 

คุณหมอมือปราบโกงข้าว กล่าว

 


นพ.วรงค์ ยังกล่าวด้วยว่า และการที่เขาอ้างว่าการออกคำสั่งตาม มาตรา 44 เช่น จะให้กรมบังคับคดี ยึด อายัดทรัพย์ ขายทอดตลาด โดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม เป็นการเจาะจงใช้เฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น เรื่องนี้ต้องเข้าใจว่าการใช้มาตรา 44 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าวตามอ้าง แต่เป็นไปตาม พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ซึ่งแม้ไม่มีมาตรา 44 การยึด อายัดก็เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ โดยคำสั่งดังกล่าวเพียงแค่ให้กรมบังคับคดีมาทำหน้าที่แทนกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น ไม่ได้ใช้อำนาจพิเศษใดๆ กลั่นแกล้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลย และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มีสิทธิที่ขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครองได้...