เป็นผู้นำท้อไม่ได้!!  "บิ๊กตู่"  ย้ำชัดไม่คิดยอมแพ้ปัญหาถาโถม  ยันเป็นนายกฯไม่ขัดข้องถูกตรวจสอบ  ตอกบางฝ่ายเลือกพอใจแต่ผลคดีเป็นคุณตัวเอง??

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

     ภายใต้กระแสการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นในระยะนี้  ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลคสช.ยังมีอำนาจตามมาตรา 44 บังคับใช้   ล่าสุด   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.    ได้พูดถึงประเด็นกล่าวว่า    การบังคับใช้กฎหมาย   ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายปกติ   และกฎหมายพิเศษอะไรก็ตาม   อย่ามองว่าเป็นเพราะความอยากจะบังคับผู้คนหรืออยากจะมีอำนาจในการใช้กฎหมายไปทำร้ายคนหรือไปละเมิดสิทธิมนุษยชน  ซึ่งที่ผ่านมาก็รับฟังหลักการของโลกหลักการของอะไรก็แล้วแต่  แล้วนำมาปรับให้มันสอดคล้องกับประเทศของเราด้วย วันนี้อยากให้ประชาชนทุกคนคำนึงถึงบ้านเมืองกันด้วย ว่าเราอยู่ในสถานการณ์ใด ความขัดแย้งยังมีอยู่หรือไม่ มีผู้มีเจตนาไม่บริสุทธ์อยู่หรือไม่ ขณะเดียวกัน มีคนที่หวังดีอยากให้บ้านเมืองสงบสุข อยากให้มีการปฏิรูปอยากให้ผมทำงานมีจำนวนอีกเท่าไร ไม่งั้น 2 พวกนี้ตีกันทั้งคู่  แต่วันนี้ต้องขอบคุณทั้งคู่ที่สงบสุขกันไปได้เยอะแล้วและเป็นไปได้ก็ขออย่าเกิดขึ้นอีกเลย

 

      “รัฐบาล และ คสช. ไม่ต้องการให้มีความขัดแย้ง ความวุ่นวายเกิดขึ้นอีก เราก็จะฟื้นฟูประเทศไม่ได้ ปฏิรูปประเทศไม่ได้ เรื่องกรณีหากมีการเคลื่อนไหวของชาวต่างประเทศคนใดในประเทศไทยในการที่จะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศอื่นๆ เขา มันเป็นหลักการของอาเซียน ว่าเราจะไม่ให้ดินแดนของประเทศใดประเทศหนึ่งในอาเซียนเป็นที่เคลื่อนไหวของขบวนการต่อต้านประเทศอื่นๆ ในประเทศของพวกเรา อันนี้หลักการสำคัญ ขอให้เข้าใจ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนอะไรหรอก เดี๋ยวกลัวเขาจะมาพูดอะไรให้มันเสียหาย วันนี้มันเสียหายไม่พอหรือไง ประเทศมันก็พออยู่แล้วล่ะนะ คนของเราก็พูดกันเพียงพอแล้วนะที่มันมีปัญหาอยู่เนี่ย เอาคนอื่นเขามาพูดอีก แล้วไปว่าประเทศอื่นเขาไปอีก ยิ่งไปกันใหญ่ ความน่าเชื่อถือของเรามันก็หมดไป”        

    ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์  ยังได้กล่าวถึงกระบวนการตรวจสอบกรณีข้อกล่าวต่าง ๆ   ในโลกโซเชียลด้วยว่า    เมื่อมีข้อเท็จจริงออกมาแล้ว ตรวจสอบแล้วไม่พบ ก็กรุณาชี้แจงให้เข้าใจด้วย ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย อย่าไปเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคนที่ทำความผิดมากนัก สำคัญต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรม 

 

     “ช่วยกันคิดดูนะครับ หลายๆ คดี ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม ทั้งที่เป็นคนไทยทั้งคู่ พอผลตรวจสอบออกมาก็ไม่เชื่อ ไม่ยอมรับ ไม่เป็นธรรม แต่เวลาพวกเดียวกันแล้วคดีที่เห็นชัดว่ามันผิดแล้วมันหลุด ทำไมไม่บ่นล่ะ มันก็ศาลเดียวกันนั่นล่ะ ให้ความเป็นธรรมกับเขาบ้าง เจ้าหน้าที่จะได้สบายใจ ผมยังไม่เคยไปกล่าวหากระบวนการยุติธรรมเลย ฉะนั้นเจ้าหน้าที่กระบวนการยุติธรรมก็ต้องวางตัวให้เหมาะสม เพราะหลายคนก็เป็นข้าราชการด้วย เพราะฉะนั้นกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม จะเป็นผู้ที่ทำให้เกิดความเป็นธรรม คำว่าเป็นธรรมไม่ใช่หมายความว่าผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมมีอำนาจมากกว่า ผมไม่ผิด คงไม่ใช่นะ ไปตรวจสอบมานะ อันไหนตรวจสอบได้ก็ตรวจสอบไป พิจารณาด้วยพยาน วัตถุพยาน หลักฐาน วันนี้เราชอบใช้ความรู้สึกมาก่อน ใครเขียนก่อน เชื่อก่อน ใครพูดก่อน เชื่อก่อน”

      ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เน้นย้ำด้วยว่า        ส่วนตัวไม่เคยคิดท้อแท้หรือยอมแพ้อะไรทั้งสิ้น    วันนี้อยากให้ ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า เราอยู่กันตรงไหน เรากำลังทำอะไรอยู่ และเรากำลังทำอะไรเพื่อวันข้างหน้า   คนจะได้ประโยชน์อะไรวันนี้อย่างไร วันหน้าอย่างไร ประเทศชาติจะมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้อย่างไร    สิ่งที่รัฐบาลและ คสช. ทำทั้งเขียนกฎระเบียบ คำสั่ง ที่ผ่านมา ทั้งพิเศษหรือไม่พิเศษก็ตาม เป็นเพียงมาตรการ “ชั่วคราว”เท่านั้นเพื่อไม่ให้ประเทศไทย ตกอยู่ในที่เรียกว่า“ทศวรรษที่หายไป – ว่างเปล่า” เหมือนประเทศไทยที่ไม่มีตัวตน 10 ปีที่ผ่านมา เพราะมันทะเลาะและขัดแย้งมากมาย การพัฒนาเดินหน้าไม่ได้แก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลยนั้นเขาเรียกว่า ทศวรรษที่หายไป ไร้ค่า เกิดจากการพัฒนาอ่อนแอ ขัดแย้ง ก็ไม่ยอมที่จะให้ทุกอย่างกลับไปเป็นอย่างเดิม  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทำคนเดียวไม่ได้ขึ้นอยู่กับประชาชนว่า จะร่วมมือหรือไม่ถ้าไม่ร่วมทำก็รอรัฐบาลหน้าก็รอรัฐบาลต่อไป   เพราะไปบังคับกันไม่ได้อยู่แล้วแต่ไม่อยากให้ทุกอย่างมันก็จะกลับมาทำร้ายประเทศไทยอีกต่อไป...