- 08 ต.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และ แกนนำเสื้อแดง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "ชินวัฒน์ หาบุญพาด" ระบุว่า เมื่อวานนี้ผมมีโอกาสไปให้กำลังใจอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคดีรับจำนำข้าว และก็มีโอกาสเข้าไปนั่งฟ้งการสืบพยานในห้องพิจารณา เมื่อวานนี้ผู้ที่มาเป็นพยานฝ่ายจำเลย (ฝ่ายนายกฯยิ่งลักษณ์) คือดร.โอฬาร ไชยประวัติ
ผมฟังท่านดร.โอฬาร ตอบข้อซักถามของอัยการฝ่ายโจทก์เรื่องประโยชน์ของโครงการรับจำนำข้าวทำให้ผมเข้าใจเรื่องเศรษฐศาสตร์มากขึ้น ท่านชี้แจงว่า การรับจำนำข้าวเป็นโครงการหนึ่งในจำนวนนับร้อยนับพันของโครงการที่รัฐบาลจะต้องทำให้ประชาชนจะเรียกว่า"ขาดทุน"ไม่ได้เพราะคำว่าขาดทุนจะใช้ได้กับบริษัทเอกชนที่ทำการค้าเท่านั้น ส่วนโครงการที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลให้เรียกว่า"ขาดดุล"เนื่องจากทุกโครงการ รัฐบาลทุกรัฐบาลทำให้ประชาชนนั้นไม่มีผลกำไรทางตรงเลย เช่นการสร้างถนน สร้างสิ่งสาธารณูปโภคต่างๆให้ประชาชนใช้ฟรีทั้งนั้นแต่เมื่อทำแล้วประชาชนอยู่ดีกินดี มีเงินจับจ่ายใช้สอย พ่อค้าขายสินค้าได้ โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว เมื่อชาวนาขายข้าวได้ราคาสูงก็มีเงินเหลือไปซื้อสินค้า รัฐบาลก็ได้ภาษีทั้งพ่อค้าที่ขายสินค้าและผู้ซื้อสินค้า เมื่อมวลรวมทั้งปีรัฐบาลก็สามารถเก็บภาษีได้มาก อย่าคิดว่าโครงการใดโครงการหนึ่งรัฐบาลทำแล้วขาดทุนต้องคิดถึงมวลรวม เพราะรัฐบาลมีรายได้จากการเก็บภาษีจากประชาชน มิใช่มีรายได้จากการค้าขายกับประชาชน และท่านยังชี้แจงอีกว่าให้เราทุกคนคิดถึงคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะชาวนาของประเทศ มิใช่คำนึงถึงแต่พ่อค้าคนกลางที่ส่งข้าวขายที่มีอยู่ไม่กี่คน
พี่น้องครับรัฐบาลทุกรัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมีความสุขและสะดวกสบาย แล้วรัฐบาลก็เก็บภาษีทั้งพ่อค้าและผู้ซื้อสินค้า ผมฟังแล้วก็เข้าใจเรื่องเศรษฐศาสตร์ เหมือนกับเอาเงินจากกระเป๋าขวามาใส่กระเป๋าซ้าย และใส่มากกว่าเดิม แต่ผมฟังพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯที่เหมาลำเครื่องบินของการบินไทยไปภารกิจที่ฮาวายส์38คน รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น20ล้านบาท บอกว่าการบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจมีกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ก็เหมือนเอาเงินจากกระเป๋าขวามาใส่กระเป๋าซ้าย ผมฟังแล้วเป็นงงครับ
