- 09 ต.ค. 2559
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 9 ต.ค.) นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) ได้โพสต์เฟสบุกส่วนตัว "สุริยะใส กตะศิลา" โดยระบุว่า "ระวัง! บริวารเป็นพิษ ในขณะนี้ข่าวคนใกล้ตัวนายกฯ ประพฤติตัวไม่เหมาะสมหรือพัวพันกับปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนมีถี่ขึ้น จนนายกฯ ต้องออกมาปกป้องและทำให้หลายเรื่องจางหายไปจากหน้าข่าวก็ตาม แต่ไม่ได้หายไปจากความทรงจำของประชาชนและสื่อมวลชน จนอาจถูกขุดคุ้ยในภายหลังหากสถานการณ์เปลี่ยนไป
ต้องยอมรับว่าต้นทุนความนิยมของนายกฯ ส่วนหนึ่งมาจากภาพของความซื่อสัตย์ ทำให้คะแนนนิยมสูงกว่าคนอื่นและกลายเป็นต้องแบกความผิดพลาดหรือความประพฤติไม่เหมาสมของคนใกล้ตัวหรือคนใน ครม.ร่วมรัฐบาลอยู่เป็นประจำ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้นทุนแบบนี้จะอยู่ยงคงกระพัน เพราะในอดีตสมัยนายกฯ ชวน หลีกภัย ก็เคยเกิดเหตุแบบนี้หรือที่เรียกว่าบริวารเป็นพิษ จนถูกสื่อมวลชนตั้งฉายาว่าเป็นช่างทาสี เพราะต้องคอยแก้ต่างให้คนรอบข้างทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำ
พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องบริหารต้นทุนความนิยมของประชาชนให้ดี บางเรื่องแม้อาจจะหมิ่นเหม่หรืออาจไม่ผิดกฎหมายแต่สวนกระแสความรู้สึกของประชาชนก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรให้เกิดขึ้น รวมทั้งกลไกลตรวจสอบก็ไม่ควรทำงานเอาใจจนเลยเถิดไร้มาตรฐาน เพราะอาจเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่ดีต่อการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นที่รัฐบาลพยายามทำอยู่ เพราะอาจถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติได้
นายกฯอาจจะลำบากใจกับข่าวคราวคนใกล้ตัว จนจัดการตรงไปตรงมาลำบาก แต่ก็ไม่จำเป็นที่ต้องออกแรงปกป้องทุกเรื่องทุกคน ควรปล่อยให้เจ้าตัวชี้แจงและเปิดทางให้มีการตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ ปัญที่เกิดขึ้นผมเชื่อว่าประชานแยกแยะได้ว่าใครเป็นใคร แต่ก็อยากเห็นมาตรฐานของการตรวจสอบที่ดีและน่าเชื่อถือกว่านี้ ยิ่งช่วงเวลาจากนี้ไปคดีความเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นของนักการเมืองคนสำคัญๆ หลายพรรคจะถูกตัดสินชี้ขาดมากขึ้น ยิ่งต้องระวังไม่ให้ประชาชนแคลงใจในมาตรฐานของกระบวนการตรวจสอบชี้ขาด
