ขอพระองค์ทรงพระเจริญ(พระองค์ภาฯ)เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของกระหม่อมปู่(ในหลวง)ทรงขออุทิศองค์เพื่อแผ่นดินไทย

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/

แม้จะเกิดเป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน แต่สิ่งหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปลูกฝังพระราชโอรส และพระราชธิดามาตลอดก็คือ ถ้าไม่มีประชาชน ก็ไม่มีพวกเรา เราเกิดมาได้เป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เป็นที่เคารพนับถือ ก็ต้องช่วยกันรักษาแผ่นดินให้ประชาชนมีชีวิตอย่างผาสุก ทำงานเสียสละเพื่อประชาชน ในฐานะพระราชวงศ์รุ่นใหม่ พระเจ้าหลานเธอฯทั้ง 5 พระองค์ ได้น้อมนำคำสอนและแนวพระ-ราชดำริต่างๆของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้ในการดำเนินชีวิต อีกทั้งยังมุ่งมั่นใช้ความรู้ ความสามารถที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาปฏิบัติพระกรณียกิจ เพื่อเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชนัดดาองค์แรกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระธิดาองค์โตของสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระจริยวัตรงดงามเป็นตัวอย่างอันดีของคนรุ่นใหม่ ปัจจุบันมีพระชนม์ 38 ชันษา ทรงร่ำเรียนจบปริญญาตรี ด้าน นิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ควบคู่กับการศึกษาด้านรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จากนั้น จึงทรงศึกษากฎหมายที่สำนักฝึกอบรมเนติบัณฑิตยสภา สำเร็จเป็นเนติบัณฑิตไทย ในปี 2547 พร้อมกับทรงศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ด้านนิติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล ประเทศสหรัฐอเมริกา สำเร็จการศึกษาเมื่อปี 2548 ก่อนเสด็จกลับเมืองไทยได้ทรงเข้าทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ มหานครนิวยอร์ก

ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา "องค์ภา" ได้ทรงนำความรู้ความสามารถด้านกฎหมายมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมไทย  นอกจากจะทรงเข้ารับราชการในกระทรวงยุติธรรม โดยปัจจุบันทรงดำรงตำแหน่งรองอัยการจังหวัดพัทยา ยังได้ทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจในพระดำริฯ เมื่อปี 2544 ขณะยังทรงเป็นนักศึกษากฎหมาย เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ติดท้องแม่ก่อนเข้าจำคุก  รวมถึงผู้ต้องขังหญิงสูงวัย ภายหลังได้ขยายความช่วยเหลือไปยังผู้ต้องขังหญิงทั่วโลก โดยทรงมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอและยกร่างข้อกำหนด มาตรฐานขั้นต่ำต่อสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง "องค์ภา" ทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่ว่า ต้องการส่งเสริมให้กำลังใจและให้โอกาสแก่ผู้ที่เคยก้าวพลาด ให้กลับมาดำรงชีวิตเป็นคนดีของสังคมได้อีกครั้ง


พร้อมยกระดับความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังหญิง และจากการทรงงานด้านการช่วยเหลือ ผู้ต้องขังหญิงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้องค์กร UNIFEM ของสหประชาชาติ กราบทูลเชิญให้ทรงเป็นองค์ทูตสันถวไมตรีในการรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก เมื่อปี 2552 ขณะที่หน่วยงาน UNODC ของสหประชาชาติ ได้ถวายรางวัลเกียรติยศสูงสุด ซึ่งทรงเป็นบุคคลที่ 3 ของโลก

 

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ(พระองค์ภาฯ)เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของกระหม่อมปู่(ในหลวง)ทรงขออุทิศองค์เพื่อแผ่นดินไทย

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ(พระองค์ภาฯ)เดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของกระหม่อมปู่(ในหลวง)ทรงขออุทิศองค์เพื่อแผ่นดินไทย