- 10 ต.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
สืบเนื่องจากการที่สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่องพระอาการประชวร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉบับที่ 37 และทำให้พสกนิกรไทยต่างร่วมจิตร่วมใจถวายพระพรให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว พร้อม ๆ กับการตั้งจิตอธิษฐานผ่านบทสวดมนต์ “ โพชฌังคปริตร"
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2558 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จไปทรงเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี หรือ พอ.สว. ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่โปรดให้ไปทำการตรวจรักษาสุขภาพแก่ราษฎร ณ โรงเรียนพนมสารคาม พนมอดุลวิทยา บ้านท่าเกวียน ตำบลพนมสารคาม อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
ในการนี้ได้พระราชทานพระวโรกาสให้สมาชิก พอ.สว. ประจำจังหวัดฉะเชิงเทราเฝ้าฯ ทั้งได้พระราชทานขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานและมีพระดำรัสแก่สมาชิก พอ.สว. ว่า "...ขอให้ชาวพอ.สว. และคนไทยทุกคนสวดมนต์บท โพชฌังคปริตร ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการที่ทรงพระประชวรอยู่ในขณะนี้..."
โดย บทสวด "โพชฌังคปริตร" ที่ปวงชนชาวไทยน้อมจิตถวายพระพรองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีคำแปลจากเนื้อหาที่ควรทำความเข้าใจดังนี้
ตั้งจิตอยู่ในอาการสงบ แล้วสวด นะโม 3 จบ ตั้งจิตอธิษฐาน ถึงพระองค์ท่าน แล้วสวดดังนี้
โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา
(โพชฌงค์ 7 ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์)
วิริยัมปีติ ปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร
(วิริยะสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์)
สะมาธุเปกขะโพชฌังคา
(สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์)
สัตเตเต สัพพะทัสสินา มุนินา สัมมะทักขาตา
(7ประการเหล่านี้ เป็นธรรมอันพระมุนีเจ้า ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงตรัสไว้ชอบแล้ว)
ภาวิตา พะหุลีกะตา
(อันบุคคลเจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว)
สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา
(ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน)
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้)
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
(ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ)
เอกัสมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา
(ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะเป็นไข้ ได้รับความลำบาก)
โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ
(จึงทรงแสดงโพชฌงค์ 7 ประการ ให้ท่านทั้งสองฟัง)
เต จะ ตัง อะภินันทิตวา
(ท่านทั้งสองนั้น ชื่นชมยินดียิ่ง ซึ่งโพชฌงคธรรม)
โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ
(โรคก็หายได้ในบัดดล)
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้)
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
(ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ)
เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต
(ในครั้งหนึ่ง องค์พระธรรมราชาเอง (พระพุทธเจ้า) ทรงประชวรเป็นไข้หนัก)
จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตวานะ สาทะรัง
(รับสั่งให้พระจุนทะเถระ กล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแลถวายโดยเคารพ)
สัมโมทิตวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส
(ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน)
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้)
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
(ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ)
ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง
(ก็อาพาธทั้งหลายนั้น ของพระผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ทั้ง 3 องค์นั้น หายแล้วไม่กลับเป็นอีก)
มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง
(ดุจดังกิเลส ถูกอริยมรรคกำจัดเสียแล้ว ถึงซึ่งความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา)
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้)
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา.
(ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ เทอญ)
ทั้งนี้ มีคำแนะนำด้วยว่าภายหลังจากสวดมนต์จบ ให้น้อมจิตเข้าหาตัวเรา สงบนิ่งพักอยู่จนจิตสงบ พอจิตเราสงบ มีอาการโปร่งโล่งสบาย ก็พร้อมเหมาะควรแก่การอธิษฐานจิตถวายพระพรแด่ทั้งสองพระองค์ จากนั้นอธิษฐานจิตถวายพระพรแต่ทั้งสองพระองค์ ให้ทั้งสองพระองค์มีกำลังพระทัยที่เข้มแข็ง ให้หายจากพระอาการประชวรโดยไว
ทั้งนี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์ธรรมะไทย ระบุว่า "โพชฌงค์" เป็นหลักธรรมหมวดหนึ่งที่อยู่ในบทสวดมนต์โพชฌังคปริตร ถือเป็นพุทธมนต์ที่ช่วยให้ผู้ได้สดับตรับฟังธรรมบทนี้แล้วสามารถหายจากโรคภัยไข้เจ็บได้
โดยเหตุที่เชื่อเช่นนั้นเนื่องเพราะมีเรื่องเล่าในพระไตรปิฎก ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จไปเยี่ยมพระมหากัสสปะที่อาพาธ จากนั้นพระองค์ทรงแสดง "สัมโพชฌงค์" แก่พระมหากัสสปะ พบว่าพระมหากัสสปะสามารถหายจากโรคได้ อีกครั้งหนึ่งพระองค์ได้ทรงแสดงธรรมบทนี้แก่พระโมคคัลลานะซึ่งอาพาธ หลังจากนั้น พบว่า พระโมคคัลลานะก็หายจากอาพาธ
ในที่สุด เมื่อพระพุทธองค์เองทรงอาพาธ จึงตรัสให้พระจุนทะเถระแสดงโพชฌงค์ถวาย ซึ่งพบว่าพระพุทธเจ้าก็หายประชวร
ในกาลต่อมา พุทธศาสนิกชนจึงมีความเชื่อว่า โพชฌงค์นั้น สวดแล้วช่วยให้หายโรค ซึ่งในพระไตรปิฎกกล่าวว่า ธรรมที่พระองค์ทรงแสดง เป็นธรรมเกี่ยวกับปัญญา เป็นธรรมชั้นสูง ซึ่งเป็นความจริงในเรื่องการทำใจให้สว่าง สะอาดผ่องใส ซึ่งสามารถช่วยรักษาใจ เพราะจิตใจมีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับร่างกาย เนื่องจากกายกับใจเป็นสิ่งที่อาศัยกันและกัน
หลักของโพชฌงค์เป็นหลักปฏิบัติทั่วไป ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะผู้ป่วยเท่านั้น เพราะโพชฌงค์แปลว่า "องค์แห่งโพธิ" หรือ "องค์แห่งโพธิญาณ" เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ซึ่งเป็นเรื่องของปัญญาด้วย
เพื่อขยายความเพิ่มเติม ข้อมูลเรื่องความรู้คู่คุณธรรมในเว็บทรูปลูกปัญญา ได้ระบุว่า โพชณังคปริตร เป็นบทสวดประเภทสัจกิริยา แปลว่า การตั้งความสัตย์ หรือสัจจาธิษฐาน แปลว่า การอธิษฐานในใจโดยอ้างสัจจะ ดังนั้น การสวดจะมีผลต่อการรักษาโรค
หัวใจของบทสวด คือมีศรัทธาเชื่อมั่นว่า พระพุทธเจ้าทรงใช้ “โพชฌังคปริตร” รักษาพระมหาโมคคัลลานะ พระมหากัสสปะให้หายจากอาพาธ และทรงให้พระจุนทะสวดถวายรักษาอาการประชวรของพระองค์หายได้จริง เมื่อเชื่อมั่นอย่างนี้ ขณะกล่าวคำสวด และใจของผู้สวดตรงกันเป็นความจริงแล้วจึงเกิดปีติความอิ่มเอิบใจ
เมื่อมารวมกับอานุภาพของพระรัตนตรัยย่อมเกิดเป็นพระพุทธมนต์อันยิ่งใหญ่รักษาโรคให้หายได้
