- 10 ต.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deepd.tnews.co.th
ถือเป็นวาระร้อนที่ต้องเกาะติดต่อเนื่อง สำหรับการประชุมติดตามตรวจสอบการกระทำความผิดอันเกี่ยวเนื่องมาจากความผิดว่าด้วยการเอื้อประโยชน์ในโครงการรับจำข้าวของเจ้าหน้าที่รัฐ ล่าสุด พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ หรือ ศอตช. ได้เป็นประธานการประชุมการตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องรับผิดชอบในทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว กรณีเอื้อประโยชน์ให้เอกชนและผู้ตรวจสอบข้าวในคลังสินค้า หรือ เซอร์เวย์เยอร์ ว่ามีผู้ใดที่ต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวนอกเหนือจาก น.ส..ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ประธานนบข. ที่มีตัวเลขประมาณการณ์ความเสียหายที่ต้องชดใช้ประมาณ 20 % หรือราว 3.5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ พล.อ.ไพบูลย์ ระบุว่า การประชุมวันนี้มีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) เข้าร่วมประชุม แต่กระทรวงการคลังกลับไม่มาเข้าร่วมประชุมและไม่ได้ส่งตัวแทนมาเข้าร่วมประชุม ทำให้ไม่สามารถเปิดประชุมได้ เพราะกระทรวงการคลังถือเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการเรื่องนี้
โดยหลังจากนี้จะทำรายงานถึง พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ว่า ไม่สามารถเปิดการประชุมได้เพราะอะไร และไม่ทราบถึงเหตุผลที่กระทรวงการคลังไม่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ( ปลัดก.คลังลั่นพร้อมเซ็นทันทีคำสั่งปกครองบังคับ "ยิ่งลักษณ์" ชดใช้จำนำข้าว ล่าสุดหนังสือพณ.ปมจีทูจีเก๊มีผลแล้ว http://deeps.tnews.co.th/contents/205232/ ) เพราะการประชุมต้องทำงานเป็นองค์คณะทำงาน ส่วนจะประชุมในครั้งต่อไปเมื่อไรนั้น ยั งไม่มีความชัดเจน แต่โดยแผนงานตามกรอบส่วนตัวประเมินไว้ 2-3 เดือน และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึงเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ ดังนั้นจึงต้องขอเวลาสักระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกภายหลังจากเมื่อวันที่ 27ก.ย.2559 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ ศอตช. เป็นหน่วยงานหลัก ที่รับผิดชอบตรวจสอบในเรื่องนี้
“เนื่องจากผู้แทนของกระทรวงการคลังคือปลัดกระทรวงการคลัง (นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง) (รมว.คลังมอบอำนาจปลัด ทวงเงินรับจำนำข้าวจาก "ยิ่งลักษณ์" http://deeps.tnews.co.th/contents/206927/ ) ไม่มาเข้าร่วมประชุม และไม่มีผู้แทนกระทรวงการคลังมาร่วมประชุม ทำให้ไม่สามารถประชุมได้เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นคดีสำคัญ รวมถึงเป็นการประชุมนัดแรก หากมาประชุมไม่ครบจะทำให้ได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน และการทำงานของศอตช.ต้องเป็นมติที่ประชุมไม่ใช่มติของใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งต้องถามความเห็นจากทุกหน่วยตรวจสอบ โดยหลังจากนี้เลขาศอตช.จะทำหนังสือไปถึงปลัดกระทรวงการคลังเพื่อสอบถามสาเหตุไม่มาร่วมประชุม เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ใช่การประชุมโดยพลการ แต่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มอบให้ศอตช.ดำเนินการ ซึ่งในการประชุมครม. วันที่ 11 ต.ค. นี้. จะรายงานนายกรัฐมนตรี เพราะเรื่องนี้รู้กันทั่วว่าจะมีการประชุม รวมถึงสื่อมวลชนก็ยังรู้”
