- 10 ต.ค. 2559
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 10 ต.ค.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวภายหลังการประชุมเพื่อตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องรับผิดชอบในทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว กรณีที่เอื้อประโยชน์ให้เอกชนและผู้ตรวจสอบข้าวในคลังสินค้า หรือ เซอร์เวย์เยอร์ ว่ามีผู้ใดที่ต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวอีกร้อยละ 80 ว่าในวันนี้เป็นการนัดประชุมร่วมกับหน่วยงานของ ศอตช. ซึ่งมีทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวมถึงตัวแทนของกระทรวพาณิชย์ สำนักนายกรัฐมนตรี และอัยการ
แต่เนื่องจากผู้แทนของกระทรวงการคลังคือปลัดกระทรวงการคลังไม่มาเข้าร่วมประชุม และไม่มีผู้แทนกระทรวงการคลังมาร่วมประชุม ทำให้ไม่สามารถประชุมได้เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นคดีสำคัญ รวมถึงเป็นการประชุมนัดแรก หากมาประชุมไม่ครบจะทำให้ได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน และการทำงานของศอตช.ต้องเป็นมติที่ประชุมไม่ใช่มติของใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งต้องถามความเห็นจากทุกหน่วยที่มีหน้าที่ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม การประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกภายหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 27 ก.ย.59 ให้ ศอตช. เป็นหน่วยงานหลัก ที่รับผิดชอบตรวจสอบในเรื่องนี้
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้เลขา ศอตช.จะทำหนังสือไปถึงปลัดกระทรวงการคลังเพื่อสอบถามสาเหตุที่ไม่มาร่วมประชุม เพราะว่าการประชุมครั้งนี้ไม่ได้จัดขึ้นโดยพลการ แต่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่มอบให้ ศอตช.ดำเนินการ และในการประชุมครม. วันพรุ่งนี้ (11 ต.ค.) ตนจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ เพราะเรื่องนี้รู้กันทั่วว่าจะมีการประชุม สื่อเองก็ยังรู้
