- 12 ต.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
ที่กองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร.) พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รรท.รองผบช.น.) ดูแลงานจราจร เป็นประธานประชุมบริหารจราจร เข้าร่วมประชุมเพื่อรับมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
โดยพล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า การประชุมได้เน้นย้ำการทำงานอย่างเป็นเครื่อข่ายเน้น ซึ่งทาง บช.น.จะมีการปรับศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร(บก.02)ให้ทันสมัยมากขึ้นเพื่อควบคุมและสั่งการแก้ไขปัญหาการจราจร รวมทั้งจะต้องเป็นแม่ข่ายหลักเพื่อเร่งระบายการจราจรในจุดที่เป็นปัญหาทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่องปริมณฑล โดยตามทางแยกสำคัญๆ ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังวิทยุจากบก.02 เป็นหลัก เนื่องจากที่บก.02มีกล้องซีซีทีวีที่สามารถตรวจสอบได้ทุกเส้นทางโดยสน.ท้องที่จะต้องระบายการจราจรให้สอดคล้องกับบก.02 และดำเนินการตามคำสั่ง
นอกจากนี้บก.02จะเป็นศูนย์กระจายข่าวสารปัญหาการจราจร เส้นทางที่มีการปิดการจราจร เส้นทางเลี่ยงแก่ประชาชนโดยเร็วที่สุดเพื่อให้ประชาชนทราบและเตรียมตัวรับสถานการณ์ โดยตนจะมีการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ทุกวันหากพบว่าจุดใดที่มีปัญหาวิกฤติติดขัดหนัก ก็จะเรียกตัวรองผกก.จร.และสว.จร.เข้ามาหารือว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ทั้งนี้การเรียกมาเจรจานั้นไม่ได้เป็นมีการลงโทษแต่เป็นการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาเท่านั้น
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา.พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบก.น.) ได้มีนโยบายแก้รถติดใน 21 เส้นทางหลักที่เป็นปัญหาการจราจร โดยเบื้องต้นได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปดำเนินการปรับกายภาพถนน เพิ่มช่องทางการจราจรไปแล้วในจุดที่มีปัญหาคอขวด ซึ่งมาตรการต่อไปตนได้สั่งการให้สน.พื้นที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับรถที่จอดในเขตห้าม จอดรถกีดขวา ขับรถย้อนศร ปาด เบียด แซงในที่คับขัน และรถสาธารณะที่จอดแช่ป้าย โดยให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดสายตรวจเข้ามาประจำจุด ซึ่งเมื่อดำเนินการจับกุมแล้วแต่ละบก.น.จะต้องส่งผลการจับกุมมาที่ตนทุกสัปดาห์ เพื่อจะได้เป็นตัวชี้วัดว่าปัญหาการจราจรในแต่ละเส้นทางคลี่คลายได้เพราะตำรวจจราจรนำมาตรการต่างๆ มาดำเนินการแบบบูรณาการ
ปัจจุบันรัฐบาลให้เห็นความสำคัญเรื่องการจราจรในกรุงเทพมหานครและเป็นปัญหาที่จะต้องได้รับการแก้ไข ซึ่งในการทำงานนั้นจะต้องกำหนดทิศทางกันใหม่ เพราะบุคลากรที่เข้ามารับหน้าที่จราจรบางคนยังไม่ทราบละเอียดดังนั้นก็ต้องศึกษางาน แต่ไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ของตัวเองเท่านั้นต้องศึกษาสภาพการจราจรทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต่อไปตนก็จะกำหนดวันประชุมบริหารจราจรอย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามสถานการณ์
