- 18 ต.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่พสกนิกรคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศ อาจไม่เคยรับรู้มาก่อนว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือ องค์พ่อหลวงของพวกเราปวงชนชาวไทย นอกจากจะทรงความพอเพียงเป็นที่ตั้งแล้ว พระองค์ท่านยังทรงสมถะในยศถาบรรดาศักดิ์ยิ่งนัก
โดยกรณีเปิดเผยโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีรัฐบาลเตรียมถวายนาม "มหาราช" แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า เรื่องการใช้คำว่ามหาราช เรื่องนี้เป็นกฎหมายและเป็นการดำเนินการของรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก่อนๆ เคยเสนอพระองค์ท่านไปแล้ว แต่พระองค์ท่านทรงยังไม่เห็นชอบ เรื่องทูลเกล้าถวายจึงยังไม่มีการโปรดเกล้าฯลงมา โดยพระองค์ท่านรับสั่งว่าเป็นเรื่องของประชาชนและรัฐบาลที่จะทำต่อไป ซึ่งตอนนี้ยังใช้ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากใช้ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าพระองค์ทรงรับแล้ว
"เรื่องเป็นมหาราชหรือไม่ เป็นเรื่องของรัฐบาลและประชาชนจะต้องทำถวายพระองค์ท่าน ซึ่งรัฐบาลอยู่ในขั้นตอนตรงนี้อยู่แล้ว"
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงแนวคิด การจัดสร้างพระบรมราชาอนุสาวรีย์ ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา ซึ่งหลายหน่วยงานมีความประสงค์ต้องการสร้างและขออนุมัติ แต่การจะจัดสร้างนั้นมีขั้นตอนอยู่แล้ว โดยต้องรอให้เกิดความชัดเจน เพราะทุกอย่างจะต้องขอพระบรมราชานุญาตอยู่แล้ว ดังนั้นอย่างเพิ่งเดินหน้าเรื่องเหล่านี้ เพราะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำถวายอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ตนยังได้หารือกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานด้านศาสนา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทำงานด้านศาสนาไว้มาก เปรียบเสมือนพระโพธิสัตว์ เหมือนในพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ที่ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย และต้องขอขอบคุณชาวต่างชาติทั้งทูตานุทูตและเจ้าหน้าที่ด้านการต่างประเทศ ที่แสดงความอาลัยเข้ามาเป็นจำนวนมาก ขณะที่ชาวไทยอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆต่างประเทศก็ออกมาแสดงความอาลัย แสดงให้โลกเห็นว่าคนไทยนับถือเคารพสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไรบ้าง
"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้รับสั่งว่า ขอให้คนไทยได้รำลึกถึงสิ่งต่างๆ ของสถาบัน และพวกเราต้องช่วยกันทำงาน เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา พระมหากษัตริย์แห่งภูฏาน ได้เดินทางมา แล้วเขียนคำไว้อาลัย แปลได้ความหมายว่า การสวรรคตนั้นเปรียบเสมือนการเข้าสู่นิพพาน มุ่งไปสู่การเป็นธรรมราชา"
