สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรฯ ย้อนความถึง"ภูมิพโลภิกขุ"ทรงพระจริยวัตรเคร่งครัดทั้งพระธรรมวินัย-มีขันติยิ่งกว่าสามัญชน ...

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

     ถือเป็นความงดงามในอีกหนึ่งพระจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พสกนิกรได้รับรู้จาก   สมเด็จพระวันรัต  (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร  เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต   เผยความรู้สึกขณะใกล้ชิดพระองค์ในช่วงที่ทรงผนวชและจำพรรษาอยู่ที่วัดบวรนิเวศฯ  ว่า  ขณะที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงผนวช 15 วัน ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2499 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศฯ เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ ทรงได้รับฉายาว่า “ภูมิพโลภิกขุ” จากนั้นเสด็จฯ มาประทับจำพรรษา ที่พระตำหนักปั้นหยา วัดบวรนิเวศฯ

     “ขณะนั้นอาตมาซึ่งอยู่พระตำหนักเดียวกันได้เห็นพระจริยวัตรของพระองค์มาโดยตลอด  แม้พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์แต่พระองค์ทรงเคร่งครัดในพระธรรมวินัยยิ่งกว่าสามัญชน พระองค์ทรงมีขันติมาก  เห็นได้จากเหตุการณ์ที่พระองค์เสด็จฯไปทำวัตรที่พระอุโบสถ  พระองค์จะประทับนั่งอยู่ท่าเดียวและไม่หันพระบาทไปทิศที่มีพระสงฆ์อายุพรรษามากกว่า เนื่องจากพระองค์ทรงให้เกียรติพระสงฆ์ที่บวชก่อน นอกจากนี้พระองค์ยังทรงปฏิบัติเคร่งครัดในศาสนกิจทุกประการอย่างดี ทั้งเรื่องกิจนิมนต์และการออกบิณฑบาต”

    สมเด็จพระวันรัตเล่าถึงประสบการณ์อันทรงคุณค่าอีกช่วงหนึ่งว่า    สิ่งที่อาตมาประทับใจขณะสนทนาธรรมกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เป็นเหตุการณ์ที่อาตมาเทศน์ในงานพระราชพิธีสำคัญพิธีหนึ่ง พระองค์ทรงรับสั่งว่าอาตมาเทศน์ดี แต่คนจะฟังรู้เรื่องหรือไม่ พระองค์ทรงรับสั่งว่า “เทศน์เกี่ยวกับธรรมะดีอย่างไรคนก็ไม่ฟัง” พระองค์ทรงรับสั่งอีกว่า “น่าจะนำนิทานชาดกมาเทศน์แฝงธรรมะ คนถึงจะสนใจฟัง” จากนั้นเป็นต้นมาอาตมาจึงทำตามรับสั่งพระองค์มาโดยตลอด

         

      “สำหรับอนุสรณ์ที่พระองค์ทรงสร้างไว้ให้กับวัดบวรนิเวศฯ คือ การปลูกต้นสัก ที่พระตำหนัก วัดบวรนิเวศฯ ในปี 2499 ส่วนวัตถุมงคลในรัชกาลของพระองค์นั้น ทรงเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเททองปฐมฤกษ์พระกริ่งพระพุทธชินสีห์ หรือพระกริ่ง 7 รอบ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 7 รอบ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ มีพระชนมายุ 84 พรรษา”