- 19 ต.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
เว็บไซต์ The Jordan Times ของประเทศจอร์แดน เพิ่งจะเปิดเผยรายงานว่า นายโมฮัมหมัด ซามาวี ผู้อำนวยการกรมอุตุนิยมวิทยาของจอร์แดน ได้เตรียมการนำเทคโนโลยีฝนเทียมหรือฝนหลวงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ของประเทศไทยมาปรับใช้กับประเทศของตน หลังจากประสบปัญหาภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เกิดวิกฤติภัยแล้งขาดแคลนน้ำอย่างหนัก ปริมาณน้ำฝนลดลงถึง 15-60 เปอร์เซ็นต์
โดยประเทศจอร์แดนเอง ได้เคยทดลองทำฝนเทียมด้วยตัวเองมาแล้วในระหว่างปี พ.ศ. 2532-2538 แต่ก็ต้องล้มเหลวไป อันเนื่องมาจากเครื่องบินและอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ทำงาน รวมทั้งประสบปัญหาหลายประการ ซึ่งทำให้การดำเนินการไม่สำเร็จในที่สุด
กระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2552 จอร์แดนได้รับการยินยอมจากประเทศไทยให้ใช้เทคโนโลยีฝนหลวง พร้อมกับมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม จากนั้นทางกรมอุตุนิยมวิทยาของจอร์แดนจึงได้ส่งทีมนักอุตุนิมยมวิทยา รวมทั้งนักบินและนักวิศวกร จำนวน 6 ราย ไปเข้าฝึกอบรมปฏิบัติการทำฝนเทียมในประเทศไทย
หลังจากการฝึกอบรม ทีมปฏิบัติการทำฝนเทียมจอร์แดนก็สามารถวิเคราะห์อากาศ ทิศทางลม ที่เหมาะสมกับการทำฝนเทียม และสามารถกำหนดปริมาณสารเคมีที่ใช้ใส่เข้าไปในเมฆได้แม่นยำมากขึ้น รวมทั้งยังได้ข้อมูลว่า ก้อนเมฆมีคุณสมบัติทางฟิสิกส์ที่หลากหลาย ซึ่งสามารถใส่สารเร่งปฏิกิริยา อาทิ น้ำแข็งแห้ง ไอโอไดด์สีเงิน และผงเกลือ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนที่ได้
สำหรับกระบวนการทำฝนเทียมนี้ ได้เตรียมการและจะมีปฏิบัติการต่อเนื่องระหว่างปี 2559-2560 เพิ่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนของประเทศจอร์แดน ภายใต้การสนับสนุนจากกองทัพอากาศและกระทรวงการน้ำและการเกษตรของประเทศจอร์แดน
