ความทรงจำสุดงดงาม!! ครอบครัว "วาเด็ง ปูเต๊ะ" ย้อนภาพที่มาพระสหายแห่งสายบุรี ทุกวันนี้ยังดูแลต้นจำปาดะอย่างดีนำผลถวายพระบรมวงศานุวงศ์ทุกปี

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/

ความทรงจำสุดงดงาม!! ครอบครัว "วาเด็ง ปูเต๊ะ" ย้อนภาพที่มาพระสหายแห่งสายบุรี ทุกวันนี้ยังดูแลต้นจำปาดะอย่างดีนำผลถวายพระบรมวงศานุวงศ์ทุกปี

 

 

     ครอบครัวของคุณลุงวาเด็ง ปูเต๊ะ พระสหายแห่งสายบุรี ต่างอยู่ในอาการเศร้าโศกและอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แม้ในวันนี้คุณลุงวาเด็งจะจากไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แต่บรรดาลูกหลานยังคงแสดงออกถึงความจงรักภักดีและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยคุณยายสะลาเมาะ ปูเต๊ะ ภรรยาของคุณลุงวาเด็ง ร่ำไห้ทันทีเมื่อเล่าถึงช่วงเวลาที่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จโดยบังเอิญ เมื่อครั้งพระองค์เสด็จฯ มาแก้ปัญหาน้ำกร่อยที่ ต.ปะเสยาวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อปี 2535 ขณะกำลังทำสวน และคาดไม่ถึงว่าพระองค์จะเสด็จฯ มาพื้นที่ห่างไกลเพียงนี้

 

ความทรงจำสุดงดงาม!! ครอบครัว "วาเด็ง ปูเต๊ะ" ย้อนภาพที่มาพระสหายแห่งสายบุรี ทุกวันนี้ยังดูแลต้นจำปาดะอย่างดีนำผลถวายพระบรมวงศานุวงศ์ทุกปี

 

 

     ซึ่งนางรอฮีบะห์ ปูเต๊ะ บุตรสาวคุณลุงวาเด็ง ได้เล่าว่า เจ้าตัวเคยเดินทางไป รพ.ศิริราชเพื่อลงนามถวายพระพรให้ทรงหายจากพระประชวร และในครั้งนั้นได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารด้วย และทราบว่าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงแย้มพระสรวลและตรัสขอบคุณลุงวาเด็ง สร้างความปลื้มปีติแด่ครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้ และต้นจำปาดะอายุกว่า 100 ปี เป็นต้นที่ลุงวาเด็งหวงแหน ซึ่งเจ้าตัวได้สั่งเสียกับลูกหลานไว้หากออกผลเมื่อไรให้นำไปถวายแด่พระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งลูกหลานได้นำไปถวายเป็นประจำทุกปี

 

 

     ก่อนคุณลุงวาเด็งจะสิ้นลมเมื่อปี 2555 ได้สั่งเสียให้ลูกหลานคัดผลไม้คุณภาพดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ลูกหลานจึงได้ถวายผลไม้ไปยังพระบรมหาราชวัง โดยส่งทางไปรษณีย์เป็นประจำทุกปี และพระองค์ทรงมีจดหมายตอบกลับมาที่บ้าน สร้างความปลื้มปีติอย่างหาที่สุดมิได้

 

 

ความทรงจำสุดงดงาม!! ครอบครัว "วาเด็ง ปูเต๊ะ" ย้อนภาพที่มาพระสหายแห่งสายบุรี ทุกวันนี้ยังดูแลต้นจำปาดะอย่างดีนำผลถวายพระบรมวงศานุวงศ์ทุกปี

 

 

     ทั้งนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรภูมิพลอดุลยเดช ครอบครัวคุณลุงวาเด็งยังคงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มิเสื่อมคลาย

    สำหรับเรื่องราวการเป็นพระสหายในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของวาเด็ง ปูเต๊ะ  มีจุดเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ.2535 ในครั้งนั้นพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปโครงการพัฒนาพรุแฆแฆ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และมีรับสั่งต้องการพบตัว วาเด็ง ปูเต๊ะ เพื่อสอบถามเรื่องการสร้างฝายกั้นน้ำคลองน้ำจืดบ้านทุ่งเค็จ ต.แป้น อ.สายบุรี ในขณะนั้น วาเด็ง ปูเต๊ะ ผู้ซึ่งเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่ง เขาสวมโสร่ง และไม่ได้ใส่เสื้อ แต่เดินทางไปเข้าเฝ้าฯ เพราะคิดว่าเจ้าหน้าที่ที่มาตามเขาถึงสองครั้งสองคราอาจจะโกหก เพราะเขาไม่เชื่อว่า ในหลวง จะเสด็จมาในป่าเขาจริง ๆ จนกระทั่งได้พบพระองค์แล้ว แต่ วาเด็ง ปูเต๊ะ ก็ยังไม่แน่ใจ ต้องหยิบธนบัตรขึ้นมาดู จึงจะเชื่อว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดิน

 

 

ความทรงจำสุดงดงาม!! ครอบครัว "วาเด็ง ปูเต๊ะ" ย้อนภาพที่มาพระสหายแห่งสายบุรี ทุกวันนี้ยังดูแลต้นจำปาดะอย่างดีนำผลถวายพระบรมวงศานุวงศ์ทุกปี

 

 

     หลังจากนั้น ในหลวง ก็ตรัสกับ วาเด็ง ปูเต๊ะ เป็นภาษามลายูว่าจะสร้างคลองชลประทานให้ เพื่อช่วยเหลือเรื่องแหล่งน้ำแก่ชาวบ้านในการทำการเกษตร พระองค์ทรงสอบถามเส้นทางการขุดคลองสายทุ่งเค็จว่ามีเขตติดต่อที่ไหนบ้าง ซึ่ง วาเด็ง ปูเต๊ะ สามารถตอบได้ทุกคำถาม ถูกต้องตามแผนที่ที่พระองค์ทรงมีอยู่ จึงตรัสชมว่า วาเด็ง ปูเต๊ะ เป็นคนรู้จริง รู้จักพื้นที่ เพราะในการจะไปช่วยใครที่ไหน จำเป็นต้องถามเจ้าของพื้นที่ก่อน เพราะชาวบ้านจะรู้จริงกว่าคนอื่น และวันรุ่งขึ้น ในหลวง ก็ตรัสให้ วาเด็ง ปูเต๊ะ เป็นคนพายเรือให้พระองค์นั่งสำรวจคลองสายทุ่งเค็จ โดยตรัสให้ทำตัวตามสบาย และเล่าถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมกันนี้ ในหลวงยังทรงลองใจ วาเด็ง ปูเต๊ะ ด้วยการตรัสขอที่ดินทำโครงการพระราชดำริ ซึ่ง วาเด็ง ปูเต๊ะ ก็ออกปากยกที่ดินถวายให้กับพระองค์ในทันที ด้วยความเป็นคนซื่อตรง ในหลวง จึงมีพระราชดำรัสให้เป็น "พระสหายแห่งสายบุรี" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

 

ความทรงจำสุดงดงาม!! ครอบครัว "วาเด็ง ปูเต๊ะ" ย้อนภาพที่มาพระสหายแห่งสายบุรี ทุกวันนี้ยังดูแลต้นจำปาดะอย่างดีนำผลถวายพระบรมวงศานุวงศ์ทุกปี