- 25 ต.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด
หลังจากเกิดเหตุระทึกขวัญกับแกนนำนปช.อย่าง “กี้” อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เมื่อบ้านพักย่านซอยรัชภิเษก 36 ถูกไฟลุกท่วมจนห้องพระวอดได้รับความเสียหายทั้งหมด ล่าสุดนอกจากในเพจ อริสมันต์ พงศ์เรืองรองแฟนคลับ จะมีภาพเจ้าตัวพร้อมขช้อความ “ทุกอย่างในห้องพระ ถูกไฟไหม้หมด แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ถูกไฟไหม้คือ รูปพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง” ให้เป็นที่อัศจรรย์ใจแล้ว
ในโลกเชียลยังมีการเผยแพร่คลิปการให้สัมภาษณ์ของอริสมันต์ผ่านสถานีโทรทัศน์อัมรินทร์ทีวี และเจ้าาตัวเป็นผู้โพสต์คลิปดังกล่าวขึ้นยูทูบ ใจความตอนหนึ่งระบุถึงสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในวันนั้น ว่า น่าจะมาจากพวกหลอดไฟธูปเทียนไฟฟ้าซึ่งอาจล้มโดนพรมแล้วเกิดไฟลุกขึ้นมา พร้อมแสดงให้เห็นถึงสภาพบาดแผลตามร่างกาย
ดดด
ขณะเดียวกันก็มีอีกหนึ่งคลิปการให้สัมภาษณ์ที่อริสมันต์พูดถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันเบื้องสูง ว่า "ทุกวันนี้ยังกราบสักการะดวงพระวิญญาณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พวกเราเป็นพสกนิกรของท่าน ตั้งใจทำความดีมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนก็ตาม วันนี้ผมได้เห็นรอยยิ้มของพ่อบนสรวงสวรรค์ ได้เห็นคนไทยกลับมารักกันอีกครั้งหนึ่ง ผมดีใจครับ แล้วก็อยากจะบอกกับพระองค์ท่านว่า ไม่ว่าจะเกิดกี่ชาติ ก็จะขอเป็นข้ารองพระบาทของพระองค์ทุกชาติไป "
อย่างไรก็ตามแม้ดูเหมือนว่านายอริสมันต์จะพยายามแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดี แต่กับพฤติการณ์ของอริสมันต์ในอดีตก็ยังคงถูกพูดถึงมาโดยตลอดเช่นกัน อาทิ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2553 ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก นายอริสมันต์ ระบุว่า “พี่น้องนัดกันคราวหน้า ถ้ารู้ว่าเขาจะปราบปราม ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก มาด้วยกัน ขวดแก้วคนละใบ มาเติมน้ำมันเอาข้างหน้า บรรจุให้ได้ 75 ซีซี ถึง 1 ลิตร ถ้าเรามาหนึ่งล้านคนในกรุงเทพมหานคร มีน้ำมันหนึ่งล้านลิตร รับรองว่า กทม.เป็นทะเลเพลิงอย่างแน่นอน”
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2553 ณ เวที นปช.จังหวัดขอนแก่น นายอริสมันต์ ระบุว่า “พี่น้องที่จะเดินทางเข้าไปกรุงเทพฯ ด้วยกัน เตรียมตัวให้พร้อม อย่างแรกคือ 1 เสื้อผ้า ข้าวปลา อาหารแห้ง และขวดแก้ว 1 ขวด จำนวน 1 ล้านคน เราจะไปที่กรุงเทพฯ ขวดของเรานั้นไม่ต้องใส่น้ำมันไปจากขอนแก่น ไปซื้อเอาที่กรุงเทพฯ คนละ 1 ลิตร... 1 ลิตรเพื่อต่อรองกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าคุณจะคืนรัฐธรรมนูญ 40 ให้กับคนเสื้อแดงหรือไม่ 1 ลิตรนี้เพื่อบอกกับอำมาตย์ว่า ถ้าคุณเข่นฆ่าคนเสื้อแดงเลือดตกยางออกสัก 1 หยด นั่นหมายความว่าคุณก็จะไม่มีชีวิตอยู่บนแผ่นดินนี้เหมือนกัน”
วันที่ 11 มี.ค. 2553 ณ เวทีชุมนุม นปช.จังหวัดอุดรธานี นายอริสมันต์ ระบุว่า “ครั้งนี้จะเป็นการคิดบัญชีรัฐบาลทรราชอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพวกอำมาตย์เฒ่าทั้งหลาย คุณไม่ต้องมาบอกว่าสถานที่สำคัญที่เขาจะไปก่อวินาศกรรม คุณไม่ต้องไปปูดข่าวบอกว่าสถานที่ที่เป็นศาสนสถานของพวกมุสลิม โรงพยาบาลแล้วก็ถนนราชวิถี สะพานข้ามแม่น้ำ โรงพยาบาลศิริราช สนามบิน ทำเนียบฯ กระทรวงสำคัญๆ ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ ค่ายทหาร บ้านบุคคลสำคัญ และศาลยุติธรรม และองค์กรอิสระ คุณไม่ต้องบอก ถ้าหากว่าคุณใช้ความรุนแรงกับคนเสื้อแดง รับรองว่าไอ้สิ่งที่คุณพูดถึงนี้จะไม่เหลืออยู่ในประเทศไทยอย่างแน่นอน”
เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2553 ณ เวทีสะพานผ่านฟ้า นายอริสมันต์ ระบุว่า “แต่ถ้าวันพรุ่งนี้อำมาตย์ยังคงอยู่ อภิสิทธิ์ไม่คืนอำนาจ เรื่องวันพรุ่งนี้จะเป็นเรื่องของผมคนเดียวล้วนๆ วันนี้ประชาชนเสียเลือด พรุ่งนี้อำมาตย์ยังไม่หยุด อภิสิทธิ์ยังไม่ยุบสภา กูจะไปเอาเลือดมึงหัวมึงมาล้างเท้าให้ได้ ไอ้เทพ ไอ้มาร์ค ไอ้หน้าหนา ไอ้ใจหยาบช้า ฟังให้ดี วันนี้ประชาชนเสียเลือดนับล้านซีซีขอให้คืนประชาธิปไตยให้พื้นปฐพี ให้คนทั้งแผ่นดิน ถ้าวันพรุ่งนี้ยังไม่สานึกในประชาธิปไตยของคนส่วนใหญ่ จะขออนุญาตนาทัพไปบ้านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีคนอื่นๆ ด้วย ผมอยากดูว่าเลือดชั่วในหัวมันจะแดงเข้มเหมือนคนเสื้อแดงในนี้หรือไม่”
และเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2553 ณ เวทีชุมนุมราชประสงค์ นายอริสมันต์ ได้ประกาศขู่สื่อมวลชนที่เข้าข้างรัฐบาล ทั้งหนังสือพิมะและโทรทัศน์ หากไม่เป็นกลาง ว่า ถ้าเสื้อแดงชนะจะตามไปเอาคืน โดยเฉพาะช่องทีวี 3, 5, 7, โมเดิร์นไนน์ และ NBT
