- 28 ต.ค. 2559
ติดตามข่าวเพิ่มเติม http://deep.tnews.co.th/
เฟซบุ๊ก Malatee Hongkaeo ได้โพสต์เรื่องราวของ "ยายยิ้ม จันทร์พร" หญิงชราผู้ดำเนินตามแนวพระราชดำริ ของในหลวง ร.๙ โดยข้อความระบุว่า...
ยายยิ้ม จันทร์พร หญิงร่างเล็ก หลังงุ้ม ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสมชื่อ อาศัยในบ้านไม้ที่เกือบเสร็จท่ามกลางป่าเขา จ.พิษณุโลกอยู่ลำพังอย่างเดียวดาย ห่างไกลผู้คนและเงียบสงัด เมื่อ 20 ปี ก่อน ยายมีบ้านอยู่ที่อำเภอพรหมพิราม พร้อมลูกหลาน ตอนนั้นลูกชายคนเล็กตั้งใจจะมาบุกเบิกทำมาหากินบริเวณที่อยู่ปัจจุบัน แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งความไกล ไข้ป่า และความลำบาก ส่งผลให้ลูกชายของยาย เลือกที่จะไปขับรถแท๊กซี่ใน กทม.และไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการไม่อยากเป็นภาระลูกหลานหรืออื่นๆ
ยายยิ้มจึงตัดสินครั้งสำคัญ อาศัยอยู่ที่บ้านในป่าผืนนั้น เป็นต้นมาลูกหลานขอร้องให้ยายกลับมาอยู่บ้าน รวมถึงการให้ผู้ใหญ่ที่นับถือไปช่วยพูดแต่ยายก็ไม่กลับ ลูกหลานจึงได้แต่มาเยี่ยมยายเป็นระยะ รวมถึงการนำเสื้อผ้า ผ้าห่ม ข้าวสารอาหารแห้งมาให้ยาย
ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาท่ามกลางขุนเขา ยายไม่มีนาฬากา แต่ทุกเวลาล้วนมีคุณค่า
การมีชีวิตอยู่ของยายหมดไปกับการปลูกต้นไม้ ทำฝายเล็ก ๆ ที่ยายได้อาศัยในยามหน้าแล้งและยังเป็นสายธารหล่อเลี้ยงบรรดาสัตว์และต้นไม้บนผืนแผ่นดินนี้ และตั้งใจถวายในหลวงกิจวัตรประจำวันตื่นแต่เช้า จุดธูปไหว้พระ เก็บมุ้ง กระย่องกระแย่งมาจุดฟืนหุงข้าว
ตักข้าวสุกแรกเก็บไว้ ตักข้าวกินกับน้ำพริก หรือ ปลาแห้งที่เก็บไว้ ลงมากวาดลานบ้าน ซักผ้า หาบน้ำที่ลำห้วย ออกไปหาฟืนหาไม้ มาไว้
ก่อนจะคดข้าวใส่กล่อง น้ำพริก ใส่ย่าม สวมที่ขาดวิ่น ใช้พร้าแทนไม้เท้าเวลาเดิน ข้ามห้วย ข้ามหนอง เข้าไปในป่าลึกผ่านฝายเล็กๆ หรือคันนาที่ยายทำไว้ 11 ฝาย เป็นคันดินที่ยายใช้ "จอบกับใจ" ค่อยๆขุดขึ้นมา กลายเป็นแอ่งน้ำเล็กๆกักเก็บน้ำ พอให้สัตว์เล็กได้มาอาศัย ต้นไม้ชุ่มชื่น ระหว่างนั้นก็เอาข้าวมาโปรยให้สัตว์ในแอ่งดินกัน ทำคันดินนี้เสร็จ ก็เข้าไปลึกเรื่อยๆ ที่ละฝาย ทีละฝาย เวลาแต่ละวันผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ เหนื่อยก็พัก แล้วก็เดินกลับบ้าน
ชีวิตยาย เป็นไปอย่างเรียบง่าย ทุก ๆ วันพระ ยายจะเดินลงมาจากเขาด้วยระยะทางเกือบ 8 กิโลเมตร บวกกับวัยชราของยาย จึงทำให้ยายใช้เวลาในการเดินทางกว่า 3 ชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ศรัทธาของยายเสื่อมถอยลงการเลือกทางเดินชีวิตของยายใช่ว่ายายจะไม่มีทางเลือก ยายเลือกใช้ชีวิตเพียงลำพัง และใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอย่างมีความสุข
พิธีกร : ข้าวสารอาหารแห้งเอามาจากไหน
ยายยิ้ม : ลูกหลานเข้าเอามาให้ เขาเอามาให้ก็ต้องกิน เขาจะได้บุญ
และก็ต้องกินอย่างประหยัดๆ ไม่ฟุ่มเฟือย
พิธีกร : เคยอดไหม
ยายยิ้ม : เคยอดข้าวประมาณ 7 วัน เพราะน้ำท่วม ออกไปไหนไม่ได้
อาศัยกล้วยกับมะพร้าวขูดประทังไป
พิธีกร : ฝนตกเปียกไหม
ยายยิ้ม : ก็หลบๆเอา ไม่ลำบาก อย่าคิดว่ามันลำบาก
พิธีกร : เสื้อผ้า ขาดแล้วยังใส่อยู่
ยายยิ้ม : ลูกหลานเข้าเอามาให้ ใส่ไว้เขาจะได้บุญ
พิธีกร : ลูกหลานอยากให้ไปอยู่ด้วยกัน
ยายยิ้ม : ไม่ใช่ว่าจะไม่พึ่ง แต่ให้หมดค่าก่อนค่อยพึ่ง
ป่วยไม่สบายไม่มีแรงค่อยพึ่งเขา
พิธีกร : ทำฝายไปให้ใคร
ยายยิ้ม : ให้ในหลวงพระราชินี ท่านเป็นถึงเจ้าแผ่นดินยังทำงาน
เราก็ต้องทำให้ท่านบ้าง..ส่วนสิ่งที่ทำในหลวงไม่เห็น
ผีสางเทวดาก็เห็น
พิธีกร : ทำด้วยจอบอันเดียวเหรอ
ยายยิ้ม : ยายยิ้ม..ใช้จอบกับใจทำไปเรื่อยๆ...ทำมายื่สิบกว่าปีแล้ว
พิธีกร : ทำไปเท่าไหร่
ยายยิ้ม : 11 แล้ว อยากทำถึง 14 แต่ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงจะมีแค่ไหน
ไม่อยากทำถึงอายุร้อยปี กลัวทำไม่ไหว
พิธีกร : ได้ประโยชน์อะไรจากฝาย
ยายยิ้ม : ในหลวงบอกมีฝายมีน้ำ มีป่า มีปลาเล็กเป็นอาหารนกอีกที
รวมถึงได้ใช้ยามหน้าแล้ง
พิธีกร : กลัวล้มไหมเวลาเดินไปไหน
ยายยิ้ม : กลัวแต่ก็ต้องทำ ทำแล้วมีความสุข
พิธีกร : เหนื่อยไหมที่ทำมา
ยายยิ้ม : เหนื่อย แต่ทำแล้วมีความสุข
พิธีกร : ยายยังขาดอะไรอีกในชีวิต
ยายยิ้ม : ยายยิ้มสมกับชื่อ แล้วตอบอย่างภาคภูมิใจว่า ขาดความทุกข์




