- 28 ต.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) คณะที่ 36 ของ สมัยประชุมที่ 71 ได้เปิดประชุมวาระพิเศษ เพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเปิดให้ผู้แทนประเทศใน 5 ภูมิภาคโลกร่วมขึ้นกล่าวสดุดี
เริ่มต้นจากนายปีเตอร์ ทอมสัน ประธานที่ประชุมฯ กล่าวสดุดีเทิดพระเกียรติว่า ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์กว่า 70 ปี พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่เป็นคุณประโยชน์มากมายต่อปวงชนชาวไทย ในโอกาสนี้ยูเอ็นขอร่วมกับพระบรมวงศานุวงศ์ของไทย รัฐบาลและประชาชนชาวไทย แสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
ลำดับต่อมาเป็นายบัน คีมุน เลขาธิการยูเอ็น กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาลและประชาชนชาวไทย พระองค์ทรงเป็นพลังสำคัญของประเทศในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน พระองค์ทรงทำให้ประเทศเกิดความมั่นคง ทรงริเริ่มโครงการพัฒนาในด้านต่างๆ
จากนั้น ประธานกลุ่มยุโรปตะวันออก กล่าวว่า พระองค์ทรงทุ่มเทเพื่อความผาสุกของประชาชน ทุ่มเทอย่างหนักในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทรงเป็นที่รักของประชาชน
ประธานภูมิภาคแอฟริกา กล่าวขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาลและประชาชนชาวไทย พร้อมกล่าวสดุดีว่าพระองค์ทรงเป็นนักพัฒนา และตลอด 70 ปี เป็นแสงสว่างส่องทางของประชาชนชาวไทย ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการพัฒนา การสวรรคตของพระองค์เป็นการสูญเสียไม่เฉพาะแต่คนไทย แต่เป็นการสูญเสียสำหรับคนทั่วโลก
ขณะที่ ประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของพระองค์ ด้วยทรงทุ่มเทชีวิตตลอด 70 ปีที่ผ่านมาเพื่อความผาสุกของประชาชน พระองค์เป็นหนึ่งในพระมหากษัตริย์ที่ปกครองประเทศนานที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในโลก ดังนั้นการสวรรคตของพระองค์จึงเสมือนการสูญเสียของคนทั่วโลกเช่นเดียวกัน
ทางด้าน ประธานกลุ่มภูมิภาคยุโรปตะวันตก กล่าวเทิดพระเกียรติว่า พระองค์ทรงมีวิสัยทัศน์ยาวไกล ทรงปฏิบัติภารกิจมากมาย เช่นเดียวกับนางซาแมนธา พาวเวอร์ ทูตสหรัฐฯประจำยูเอ็น กล่าวว่า พระองค์ทรงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐฯมาโดยตลอด ที่สำคัญคือทรงประสูติในสหรัฐฯ พระองค์พยายามหาทางช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในประเทศไทย พระองค์เดินทางไปทุกภาคของประเทศ พัฒนาโครงการหลวงนับพันโครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชน พระองค์เป็นยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ พระองค์ทรงเป็นเสมือนพระบิดาที่ชี้แนะทางแก้ปัญหาให้กับพสกนิกร ทรงริเริ่มโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เรียกว่าโครงการแก้มลิง พระองค์ทรงนำการพัฒนาแบบยั่งยืน พระองค์ทรงมีชีวิตเพื่อการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ
ปิดท้ายที่ นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เป็นผู้กล่าวถวายสดุดีว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์เป็นเสมือนแสงสว่างนำทางการพัฒนาในประเทศไทย นับแต่ขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงทำงานเพื่อช่วยพสกนิกร จัดทำโครงการหลวงกว่า 4,000 โครงการเพื่อช่วยเหลือประชาชนในชนบท งานพัฒนาของพระองค์ได้รับการยอมรับทั่วโลก แม้ในช่วงที่ประเทศประสบวิกฤติ พระองค์ยังคงทรงเป็นกำลังใจให้แก่ประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด
เรียบเรียงโดย : ชัชรินทร์ สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณที่มาข้อมูล : เว็บไซต์ศูนย์ข่าวแปซิฟิก
