- 28 ต.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ภายหลังจากมีการดำเนินการจากบุคคลเกี่ยวข้องทั้งพรรคเพื่อไทย แกนนำนปช. รวมไปถึงมวลชนที่มีความนิยมชมชอบระบอบทักษิณ ที่ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านการใช้คำสั่งทางปกครองกับบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับยโยบายรับจำนำข้าว ล่าสุดเป็นคิวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ออกมาเดินเกมส์ต่อสู้การออกคำสั่งทางปกครองเพื่อเรียกชดใช้ความเสียหายจากการดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวด้วยตัวเอง
โดยข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยโดย “สำนักข่าวอิศรา” แสดงถึงหนังสือฉบับหนึ่งส่งถึงนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง แสดงความประสงค์หลักในการขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง ที่เรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว วงเงิน 35,717,273,028.23 แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งตกเป็นจำเลยคดีไม่ระงับยังยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว เนื้อความบางช่วงระบุดังนี้
“ข้าพเจ้าซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบคำสั่งทางปกครองขอโต้แย้งคัดคัดค้านคำสั่งทางปกครองฉบับดังกล่าวว่า เป็นคำสั่งไม่ชอบธรรมด้วยกฎหมาย ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ เลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรม ซึ่งท่านและผู้เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันพิจารณาดำเนินการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองฉบับดังกล่าวภายใน 7 วัน ตามมาตรา 49 และมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ”
ทั้งนี้หนังสือซึ่งถูกระบุชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงนามในฐานะผู้ร้อง ให้เหตุผลถึงการร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผู้ออกคำสั่งแต่งตั้ง เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงจากการยึดอำนาจ โดยการรัฐประหารรัฐบาลที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว จึงถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนั้นการออกคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ชี้นำให้เกิดความไม่เป็นธรรม เลือกปฏิบัติ รวมไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ตอนหนึ่งสรุปได้ว่า ให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด และผู้เกี่ยวข้องดำเนินการต่อตนโดย "ไม่จำเป็นต้องพิจารณาประเด็นยุติธรรม" อันเป็นการสั่งการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นผลให้การดำเนินการในเรื่องนี้ทั้งหมดไม่ชอบด้วยกฏหมาย ไม่เป็นธรรมในทุกขั้นตอน
นอกจากนี้คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 39/2558 และที่ 56/2559 โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เพราะเป็นการกระทำนอกเหนือกรอบอำนาจมาตรา 44 เกิดการชี้นำและเป็นผลโดยตรงให้คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง พิจารณาเรื่องนี้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเฉพาะคำสั่งที่เลือกปฏิบัติและก้าวล่วงอำนาจของศาลยุติธรรม ด้วยการสั่งให้กรมบังคับคดี เข้าดำเนินการยึด อายัดทรัพย์สิน แทนการดำเนินการตามปกติ
ขณะเดียวกันการที่กำหนดให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีโครงการรับจำนำข้าว ทั้งที่ความจริงยังไม่มีการสอบสวนข้อเท็จจริงใด ๆ ว่า นอกจากตนแล้ว มีการกระทำผิดในขั้นตอนใด อย่างไร มีผู้ใดเป็นผู้กระทำ กลับเร่งรีบ รวบรัด กำหนดเกณฑ์ความผิดกับตนตามจำนวนเงินข้างต้น ซึ่งขัดต่อมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ที่แก้ไขแล้ว
การพิจารณาของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด และคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ไม่เป็นกลาง เลือกปฏิบัติ กรรมการมีส่วนได้ส่วนเสีย และประโยชน์ทับซ้อนโดยตรง เกิดการกลั่นแกล้ง และมุ่งประสงค์ร้าย โดยเฉพาะการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. เพื่อคุ้มครองตัวท่าน (ปลัดกระทรวงการคลัง) และผู้เกี่ยวข้องทุกคนให้พ้นจากความรับผิดทางอาญา ทางแพ่ง และทางวินัย จากการดำเนินการเอาผิดต่อข้าพเจ้า ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นไปโดยไม่สุจริต
ดังนั้นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ตามหลักนิติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่กลั่นแกล้ง จึงขอให้ปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เกี่ยวข้องดำเนินการเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวภายใน 7 วัน มิฉะนั้นจะใช้สิทธิดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
เรียบเรียบโดย : ชัชรินทร์ สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณข้อมูล-ภาพ : สำนักข่าวอิศรา https://www.isranews.org/isranews-article/item/51180-openyaaooo.html
