อ้างมาได้เป็นโรคประสาท...!?! "รังสิมา"เชื่อ สนช.ไม่ใช่เด็กอมมือ ตอก "นริศร" คนมีศักดิ์ศรีไม่ทำแบบนี้

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม www.tnews.co.th

จากกรณีที่ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 59 ที่ มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ครั้งที่ 67/ 2559 โดยมี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อดำเนินการกระบวนการถอดถอนนายนริศร ทองธิราช อดีตส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ออกจากตำแหน่งจาก กรณีใช้บัตรลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ลงคะแนนแทนบุคคลอื่น  (อ่านข่าวเพิ่มเติม >>> http://headshot.tnews.co.th/contents/210722/ นริศรอ้าง!! โรคประสาท-ขี้ลืม เสียบบัตรแทนคนอื่น!!! พร้อมเผย..อดีตส.ส.ฝากบัตรสมาชิกไว้หลายคน (รายละเอียด))

โดยสิ่งที่เป็นประเด็นนั้นก็คือการที่ นายนริศรนั้นได้ยืนยันว่าภาพในคลิปเป็นตนจริง พร้อมยอมรับการฝากบัตรไม่ใช่เฉพาะนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร และนายคมเดช ไชยศิวามงคล อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เท่านั้น แต่ยังมีมาฝากอีกหลายคน แต่ยืนยันกดบัตรใบเดียวและเป็นบัตรของตัวเองทั้งนั้น ไม่เคยเสียบบัตรให้ใคร แต่อย่างไรก็ดีตนเป็นโรคประสาทชอบเสียบบัตรของตัวเองหลายใบ ไม่มีของคนอื่นเลย เพราะเป็นขี้ลืม

 

นายนริศร ยังกล่าวอีกด้วยว่าตนเป็นคนมีเกียรติและศักดิ์ศรีในความเป็นส.ส.จะมารับจ้างคนอื่นเสียบบัตรเพราะอะไร แต่สงสัยว่าคลิปมีการตัดต่อหรือไม่ โดยจะทำเรื่องถึงประธาน สนช.เพื่อขอคลิปไปตรวจสอบ

ล่าสุด วันที่ 29 ตุลาคม ก็เป็นทางด้านของ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนี้ ว่า ใครก็อ้างได้ ซึ่งตนไม่ทราบว่าเป็นความจริงหรือเป็นการแก้ตัวน้ำขุ่นๆ และการตอบเช่นนี้เห็นว่ามีความขัดแย้งกัน คนมีศักดิ์ศรีไม่ทำแบบนี้ แต่ขึ้นอยู่กับสนช.จะพิจารณา และตนเชื่อว่าสมาชิกสนช.ทุกคนเป็นคนมีความรู้ความสามารถ ไม่ใช่เด็กอมมือ รวมทั้งกรณีนี้ ศาลเคยตัดสินไปแล้ว เพราะการที่บอกว่าเป็นโรคประสาทนั้นต้องมีหลักฐานใบรับรองแพทย์ และสนช.ก็มีแพทย์หลายคนก็น่าจะทราบความจริง ขณะเดียวกัน คุณสมบัติของ ส.ส. หากเป็นโรคจิต โรควิกลจริต หรือโรคประสาท ก็ไม่สามารถเป็นส.ส.ได้อยู่แล้ว

 

น.ส.รังสิมา ยังกล่าวต่ออีกว่า ตนเห็นว่าในการลงมติต่างๆ ต้องใช้เหตุผล เป็นเรื่องของบ้านเมือง ไม่ใช่การช่วยเหลือกัน มิฉะนั้นบ้านเมืองก็วนอยู่ในอ่างไม่ไปไหน ต้องช่วยกันให้คนไม่ดีหลุดออกจากวงจรไป เราควรปฏิรูปกันได้แล้ว คนที่มาทำหน้าที่ ส.ส.ต้องมีความซื่อสัตย์ ไม่เอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง

ทั้งนี้เสนอว่าอนาคตควรเปลี่ยนระบบการเสียบบัตรให้ทันสมัยมากขึ้นที่สามารถป้องกันการทุจริตกดบัตรแทนกันได้ เช่น การสแกนดวงตา การสแกนลายนิ้วมือ เป็นต้น รัฐสภาต้องแก้ไขตั้งระบบใหม่ให้ทันสมัย รัฐบาลหน้าต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เราต้องเปลี่ยนแปลงปฏิรูปใหม่ รวมทั้งประชาชนต้องปฏิรูป ไม่ใช่แค่ส.ส. โดยเลือกนักการเมืองทำงานให้กับบ้านเมือง เป็นคนดี ไม่โกง.

 

โดย   ต้นเหตุที่มาของคลิปเสียบบัตรแทนกันนี้ ทางพรรคประชาธิปัตย์ ฐานะฝ่ายค้านในรัฐสภา ได้นำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2556 ว่า พบ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลกดบัตรแทนกันระหว่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราที่มาของ ส.ว. จำนวน 2 ช่วง คือ ช่วงแรก วันที่ 10 กันยายน 2556 เวลา 17.33 น.ขณะการลงมติในมาตรา 9 และช่วงที่สอง เกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เวลา 16.43 น. ขณะลงมติมาตรา 10

นอกจากนั้นยังพบพฤติกรรมกดบัตรแทนกันอีกหลายกรณี ได้แก่ ช่วงพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย มาตรา 291 ช่วงเดือนเมษายน 2555 ที่ รสนา โตสิตระกูล  นำภาพนิ่งที่อ้างว่าเป็น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เอื้อมแขนมากดปุ่มบนโต๊ะที่อยู่ด้านหลังที่นั่ง และ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ พรรครักประเทศไทย นำคลิปวิดีโอที่ระบุว่าเป็นการบันทึก ส.ส.จำนวน 8 คน แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล 6 คน และต่างพรรครัฐบาล 2 คน ที่มีพฤติกรรมเสียบบัตรแทนกัน มาเปิดเผยต่อสื่อ และจากภาพหลักฐานรอบนั้น “บรรดา ส.ส.พรรคเพื่อไทยถึงกับนั่งไม่ติด และต้องออกมาชี้แจงตอบโต้"

 

วัสดา สำนักข่าวทีนิวส์ (เรียบเรียง)