- 31 ต.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
จากกรณีที่ในปี 2559 ราคาข้าวตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี หรือ 50 ปี เพราะราคาข้าวเปลือกหอมมะลิกิโลกรัมละเพียง 5 บาทเท่านั้น ทำให้หลายฝ่ายเริ่มหาทางออกด้วยการแนะนำให้ชาวนาไทย ปลูกข้าวแล้วสีเอง ก่อนจะนำมาขายให้กับผู้บริโภคโดยตรงนั้น
นายพิจารณ์ แจ้งสว่าง สถาปนิกหนุ่มซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัทชื่อดัง แต่กลับผันตัวเองมาปลูกข้าวขายที่จ.สุรินทร์ จนมีชื่อเสียง ได้โพสต์ข้อผ่านทางเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับไอเดียในการทำข้าวขายเอง โดยไม่ผ่านคนกลางว่า...
ผมใช้เวลาคิดตกผลึกเรื่องข้าวอยู่นาน ได้ข้อสรุปดังนี้ครับ
1.ผมเริ่มจาก คน 1 คน ทานข้าว 10 กก/เดือน โดยประมาณ รถกะบะ 1 คัน บรรทุกข้าว ได้ 1 ตัน ผมจึง ต้องการคนทานข้าว 100 คน จะได้ 1 ตัน = 1 รถบรรทุก "ทุกๆคนทานข้าว 100 คน = รถบรรทุกข้าวเข้ามาส่ง 1 เที่ยว" นั่นทำให้เราสามารถจะนำข้าวเปลือกออกจากยุ้ง เข้าไปสีในโรงสีเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน และนำข้าวสารเข้ากรุงเทพมาส่งถึงที่ ได้ทุกๆ เดือน
ข้อดี คือ
- คุณจะได้ข้าวสีใหม่ ทานทุก ๆ เดือน
- ไม่ต้องเสียต้นทุนแพ็คสูญญากาศ เพราะเป็นการใช้เดือนต่อเดือน
- ใช้โรงสี แบบบ้าน ๆ ไม่ขัดขาว สารอาหารอยู่ครบถ้วน
- ระยะที่ สอง ผมจะลดการใช้พลาสติก โดยการให้ผู้ซื้อ มีถังสำหรับใส่ข้าว (อยู่ในระหว่างการออกแบบ) และคนขายบรรทุกข้าวมาเป็นกระสอบ และถ่ายลงถังโดยตรง
จริงๆ ผมได้ไอเดียเรื่องนี้จาก พฤติกรรม ของชาวนาไทยเราเองครับ พวกเราเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้ง และ สีข้าว เมื่อจะทานในปริมาณ 1 เดือนครั้ง
ผมขอเรียกกระบวนการนี้ว่า "จากยุ้ง สู่ จาน" ครับ
2.เรื่องแพ็คสูญญากาศ สำหรับตลาดอื่น ๆ ผมกำลังอยู่ในช่วงศึกษาและออกแบบ โดยเน้นว่า ดูปุ๊บจะต้องรู้ได้ทันทีว่าเป็นข้าวของชาวนาอย่างแท้จริง ไอเดียแรก คือ ข้าว ยี่ห้อ "ฟางเส้นสุดท้าย" แพ็คเกจ ใส และใส่ฟางมา 1 เส้น เพื่อยืนยันว่าเป็นข้าวของชาวนาจริง ๆ (ยังเป็นแค่ไอเดีย)
3.ตอนนี้ ผมต้องการ คนช่วยในเรื่องนี้ สองกลุ่มครับ
- หากคุณเป็นคนทานข้าว
ผมต้องการคนทานข้าว 100 ท่านแรก สำหรับข้าวหอมมะลิเกี่ยวใหม่ ที่จะส่งตรงถึงหน้าบ้านคุณทุก ๆ เดือน เดือนละ 10 กก. (350 บาท/เดือน) สนใจติดต่อผมโดยตรงได้ทาง inbox ขอชื่อที่อยู่ในการจัดส่งครับ
- หากคุณเป็นชาวนา และอยากขายข้าวตามเงื่อนใขข้างต้น ติดต่อผมโดยตรงทาง inbox ขอรายละเอียด ชื่อ ที่อยู่ สถานที่เพาะปลูก ชนิดพันธ์ข้าวที่ปลูก ผมได้ติดต่อสื่อที่พร้อมจะช่วยประสาสัมพันธ์ให้ครับ
4.ผมอยากสร้าง แพลตฟอร์ม ที่ทำให้ผู้ซื้อมาเจอกับผู้ขายโดยตรง ตามโมเดลด้านบน ท่านใด มีจิตอาสาในเรื่องนี้ ติดต่อเข้ามาได้ครับ จะมาในรูปของ thairice.co เร็วๆ นี้ครับ
5.สำหรับพี่น้องชาวนาทั่วประเทศที่กำลังมองหาลู่ทาง อื่น ๆ ท่านสามารถ สีข้าวสาร และตั้งแผงขายข้างทางได้ เหมือนขายผลไม้ ขายของฝาก ที่เราพบเห็นอยู่ทั่วไป คนทานข้าวมีอยู่ทุกที่ทั่วประเทศครับ หากต้องการความช่วยเหลือ เรื่องการออกแบบหีบห่อ หรือเรื่องอื่นๆ ที่ผมช่วยได้ ก็ยินดีครับ
ล่าสุด สมาชิกเฟซบุ๊ก "Pijarn Jangsawang" ได้ออกมาโพสต์เรื่องปัญหาข้าวตกต่ำอีกครั้ง หลังจากมีการตั้งคำถามว่าการขายข้าวทางออนไลน์จะทำได้หรือไม่ หรือจะกลายเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือไม่ โดยระบุว่า...
ตลอดสองวันสองคืนมานี้ ผมตอบข้อความจากผู้สนใจซื้อข้าวช่วยชาวนา และชาวนาที่หวังให้ผมช่วยขายข้าวให้ ตอบกันถึงตีสองตีสาม ประสานงานเตรียมความพร้อมในการจัดส่งล๊อตแรก กลางเดือนนี้ วางแผนงานทุกอย่างให้รัดกุมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอะไรเลยครับ เพราะผมรู้ดีว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ แต่วันนี้ มีสิ่งที่ทำให้ผมเหน็ดเหนื่อยที่สุด คือ "มีคนบางกลุ่ม สื่อบางสำนัก" พยายามทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่อง "การเมือง" อย่างน่าเกลียดและไร้ยางอาย ก่อนเข้ามาทำตรงนี้ ผมเตรียมใจมาระดับหนึ่งแล้ว เพราะเราทุกคนต่างรู้ดีว่า "ข้าว" นั้นมันเป็นพืชการเมือง แต่ "ฟางเส้นสุดท้าย" ที่ทำให้ผมกระโดดลงมาทำตรงนี้ เพราะผมทนดูอยู่เฉยๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นตำตาอยู่ขณะนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วกับสิ่งที่พวกคุณทำเป็นมองไม่เห็น จะให้ผมใหว้ก็ยอมครับ ขออย่าบิดเบือนเจตนาของพวกเราเลย ส่วนท่านที่ยังใช้สื่อที่มีของท่านโจมตีพวกเราอยู่ ผมขอถามท่านสักคำเถอะ "จิตใจท่าน ทำด้วยอะไรเหรอครับ"
เรียบเรียง : นิตติยา สำนักข่าวทีนิวส์
ขอบคุณที่มา : Pijarn Jangsawang
