- 04 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th/
เอเจนซี่ส์ ได้รายงาน ผลสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวโดย ระบุว่า สงครามกลางเมืองในซีเรียที่ปะทุขึ้นมาตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2011 และเป็นสงครามที่มหาอำนาจอย่างรัสเซียและสหรัฐฯ เข้าไปสนับสนุน คู่ขัดแย้งฝ่ายตรงข้ามกัน กล่าวคือ รัสเซีย รวมถึงอิหร่าน มีจุดยืนหนุนหลังระบอบการปกครองของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ผู้นำ ซีเรีย ในขณะที่ทางสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย ประกาศให้การสนับสนุนฝ่ายกบฏ มีโอกาสลุกลามบานปลายจนกลายเป็นมหาสงครามโลกครั้ง ที่ 3 ได้
ผลสำรวจล่าสุดที่พบว่า 48 เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างชาวรัสเซียในเวลานี้ มีความกังวลว่าสงครามกลางเมืองในซีเรียอาจลุกลามบานปลายจนกลายเป็น "สงครามโลกครั้งที่ 3" นั้น ถือว่าเป็นตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นจากผลการสำรวจด้วยคำถามเดียวกันนี้ของเมื่อปีที่แล้วที่ในเวลานั้นมีชาวรัสเซียเพียง 29 เปอร์เซ็นต์ที่มีความกังวลในเรื่องนี้ ผลสำรวจครั้งนี้ยังระบุว่า 52 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ตอบแบบสำรวจให้การสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ และมาตรการทางทหารอื่นๆ ที่รัฐบาลของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินนำไปใช้ในซีเรีย ขณะที่อีก 26 เปอร์เซ็นต์คัดค้านในเรื่องนี้ และผลสำรวจล่าสุดยังพบข้อมูลว่า 49 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่างชาวรัสเซีย เห็นด้วยที่รัฐบาลของตนจะมีบทบาทในสงครามกลางเมืองซีเรียต่อไป ขณะที่อีก 28 เปอร์เซ็นต์คัดค้าน
รัฐบาลรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ตัดสินใจเปิดปฏิบัติการทางอากาศต่อฝ่ายกบฏในซีเรีย ตามคำร้องขอของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด เมื่อเดือนกันยายน ปี 2015 และว่ากันว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของรัสเซียนี้ กลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ ฝ่ายของประธานาธิบดีบาซาร์ อัล อัสซาด กลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบในสงครามกลางเมืองที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2011 อีกครั้ง
