- 05 พ.ย. 2559
ติดตามข่าวศาลเพิ่มเติม www.tnews.co.th
เมื่อวันศุกร์ที่ 4 พ.ย. นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ตนได้รับมอบอำนาจจากนายจตุพร ให้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใหม่ต่อศาลอาญาเป็นครั้งที่ 2 หลังจากการยื่นประกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งศาลได้ยกคำร้อง โดยการยื่นคำร้องครั้งใหม่นี้ได้มีเอกสารประกอบเป็นหนังสือรับรองจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นอดีตนายทหารและเคยเป็นผู้บังคับบัญชาของนายจตุพร
นายวิญญัติ กล่าวต่อว่า ผลของการยื่นประกันใหม่ครั้งที่ 2 ปรากฏว่าศาลอาญามีคำสั่งให้ยกคำร้อง เนื่องจากยังไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ดังนั้นหลังจากนี้จะรอเวลาที่เหมาะสมเพื่อยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใหม่ในครั้งที่ 3 ซึ่งจะต้องมีการระบุเหตุใหม่ที่จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมของศาล โดยอาจจะมีการยื่นหนังสือรับรองของเดิม หรือเพิ่มหนังสือรับรองรายใหม่เข้าไปด้วย เพื่อประกอบการพิจารณาของศาล
สำหรับหนังสือรับรองของ พล.อ.ชวลิต ที่มีอายุ 84 ปี 7 เดือนนั้น เนื้อหาระบุว่า เคยดำรงตำแหน่ง นายกฯ, อดีต รมว.กลาโหม, อดีต รมว.มหาดไทย, อดีต รมว.แรงงานและสวัสดิการสังคม, อดีตผู้บัญชาการทหารบก และอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับนายจตุพรในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ. 2542/2553 ของศาลอาญาโดยให้ถ้อยคำรับรองต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ว่านายจตุพรเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นผู้มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีอุดมการณ์ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่เป็นผู้มีความประพฤติชั่วร้ายแรง ไม่มีนิสัยในทางนักเลงอันธพาล มีความเคารพนอบน้อมต่อกระบวนการยุติธรรมมาตลอด ไม่เคยหลบหนีคดีอาญาใดๆ และตนเองจะสอดส่องดูแลไม่ให้กระทำการใดอันจะเป็นการผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวของศาลอย่างเคร่งครัด
“สภาพการณ์ในปัจจุบัน พี่น้องประชาชนไทยทั้งมวลตระหนักดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ มีพระราชประสงค์ และทรงปฏิบัติมาตลอดถึงการสร้างความรัก ความสามัคคีที่จะให้เกิดขึ้นในมวลหมู่ประชาชนชาวไทย ณ บัดนี้ เป็นโอกาสอันประเสริฐยิ่งที่จะได้ปฏิบัติตามพระราชปณิธานตามแนวทางที่พระองค์ท่านได้มอบไว้กับชาวไทยทั้งผอง เพื่อสร้างความรัก ความสมานฉันท์ ให้เกิดขึ้นตามพระราชประสงค์” พล.อ.ชวลิตระบุในเนื้อหาจดหมายรับรอง
พล.อ.ชวลิตยังระบุอีกว่า นายจตุพรจะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เรื่องความรู้รักสามัคคีของคนในชาติมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และปฏิบัติภารกิจทาง การเมืองอย่างเคร่งครัด และยินดีให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน สร้างความสามัคคีปรองดอง สลายความขัดแย้งในสังคมให้สำเร็จลุล่วง และขอรับรองว่าถ้อยคำข้างต้นเป็นความจริงทุกประการ
สำหรับกรณีของนายจตุพรนั้นได้ ถูกศาลเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลที่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว กรณีนายจตุพร ดำเนินรายการผ่านสถานีโทรทัศน์พีชทีวี เว็บไซด์ ยูทูบ และสื่อสาธารณะอื่น โดยเสียดสีการทำงานของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ทั้งนี้หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย โดยอัยการโจทก์ยื่นคำร้องเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว และศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้เดินทางมายื่นคำร้องเพื่อขอปล่อยชั่วคราวนายจตุพร จำเลยที่ 2 ต่อศาลอาญา
โดยนายวิญญัติกล่าวก่อนยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ว่า วันนี้เป็นการยื่นคำร้องครั้งแรกหลังจากที่นายจตุพรถูกเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว โดยคำร้องที่ยื่นในวันนี้นั้นระบุเหตุผลว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่ศาลเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวเป็นเวลา 15 วันแล้ว ระยะเวลาที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม และนายจตุพรจำเลยที่ 2 ยอมรับถึงผลที่เกิดขึ้นไปแล้ว มีการรับโทษไปแล้ว หากได้รับการปล่อยชั่วคราวมาจำเลยจะระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก จึงมาขอความเมตตาต่อศาล
นายวิญญัติกล่าวว่า กรณีดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาท ทำให้ถูกถอนประกัน ทั้งที่คดีก่อการร้ายที่นายจตุพร จำเลยที่ 2 โดนคดีอยู่นั้น จะต้องใช้เวลาพิจารณาคดียาวนาน บุคคลที่อ้างว่าได้รับความเสียหายใช้สิทธิได้อยู่แล้ว และเป็นสิทธิที่จะใช้ฟ้องคดีฐานดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาท โทษเบากว่าคดีที่นายจตุพร จำเลยที่ 2 โดนดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้
ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์คำร้องแล้วเห็นว่า ก่อนหน้านี้ศาลเคยมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ โดยกำหนดเงื่อนไข ตามคำสั่งในรายงานลงวันที่ 22 สิงหาคม 2555 และวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 ต่อมานายจตุพร จำเลยที่ 2 ยอมรับว่า ได้พูดออกรายการโทรทัศน์และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างๆ ตามที่โจทก์ร้องขอให้เพิกถอนประกันจริง ศาลพิจารณาแล้ว เป็นการผิดเงื่อนไขตามที่ศาลกำหนดไว้ แม้บุคคลผู้ที่อาจได้รับความเสียหายมิได้ใช้สิทธิฟ้องร้องหรือยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อเพิกถอนประกันก็ตาม แต่ก็ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะร้องขอถอนประกัน และศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนประกันได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปล่อยชั่วคราว และศาลเพิ่งมีคำสั่งเพิกถอนประกันนายจตุพร จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา และขณะนี้ยังไม่มีพฤติการณ์ใดที่จะทำให้เห็นว่า มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่เพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยที่ 2 ให้ยกคำร้อง
เรียบเรียงโดย วัสดา สำนักข่าวทีนิวส์
