เด็กพท.โวย"หมอวรงค์" มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ หลังถูกกล่าวหาทุบราคา-ซื้อข้าวจากโรงสี

ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th

วันนี้ ( 6 พ.ย.)  นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด  รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย  กล่าวถึงกรณ๊ที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตำหนิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ช่วยชาวนาขายข้าวหอมมะลิ ราคากิโลกรัมละ 20 บาท ว่าเป็นการทุบราคาข้าวสารของชาวนานั้นว่า  ขายเท่าทุน นพ.วรงค์ ก็บอกทุบราคา ขายเอากำไรก็คงจะบอกเอาเปรียบชาวนา  ทำตัวเป็นพ่อค้าคนกลางขูดรีด ค้ากำไรเกินควร  ใครเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องทำใจ ไม่มีทางทำให้ นพ.วรงค์ พอใจ ติได้ทุกเรื่อง สังคมดูออก คนจริงชอบทำ คนประเภทไหนชอบติ  สบายใจก็ทำไป ยิ่งพูด ยิ่งเข้าตัว คนจะได้เห็นว่า นพ.วรงค์ เป็นคนอย่างไร  ต้องการอะไรจากสังคม  ตนขอแนะว่าให้เอาเวลาไปช่วยชาวนาบ้าง ข้าวลอตใหม่กำลังจะออกมา จะวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างไร อย่าหายใจเข้า-ออก เป็นการจับผิดคนอื่นตลอดเวลา
         

"วันนี้ทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพราะชาวนาเดือดร้อน ถ้าสิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำแล้วเกิดกระแส ผู้คนในสังคมลุกขึ้นมาช่วยชาวนากันทั้งประเทศ  นึกไม่ออกว่า นพ.วรงค์ จะอยู่ยังไง  ทั้งที่คนในสังคมควรจะดีใจที่ไม่มีใครทอดทิ้งชาวนา  มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ ชาวบ้านเขาเบื่อ" นายอนุสรณ์ กล่าว

ด้าน นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย  ได้กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ว่า  ขอทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขายข้าวราคา 20 บาทนั้น เพื่อชี้ให้เห็นว่าหากชาวนาขายตรง ขายเองก็ทำได้ในราคานี้ เพราะวันนี้โรงสีซื้อข้าวที่หักความชื้นแล้วเหลือกิโลกรัมละ 7 บาท  แต่ราคาข้าวสารในห้างสรรพสินค้าไม่ได้ลดลงเลย  ชาวบ้านยังซื้อข้าวสารราคาแพงบริโภค  แต่คนทำนาถูกกดราคาข้าวเปลือก  หาก นพ.วรงค์ อยากทำก็ขอให้ทำทุบราคาลงบ้างนายทุนใหญ่ๆ ไม่เดือดร้อนอะไร หรือ นพ.วรงค์กลัวนายทุนขายข้าวสารเดือดร้อน  อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทย และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ทำอะไรผิด  หากจะผิดก็คงผิดใจคนบางคนบางกลุ่มที่คอยกระแนะกระแหน โดยไม่ยอมทำอะไร
         

ขณะเดียวกันนายอำนวย คลังผา อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย  กล่าวถึงมาตรการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ว่า แม้รัฐบาลจะมีมาตรการออกมาแล้วแต่ประชาชนในพื้นที่ จ.ลพบุรี  ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ  ชาวนาที่เก็บเกี่ยวแล้วยังต้องนำข้าวไปขายให้กับโรงสีในราคาที่ต่ำ อีกไม่นานผลผลิตทั้งหมดกำลังจะออกมา จึงอยากให้รัฐบาลเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้กับประชาชน และเร่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐในพื้นที่ให้ลงไปช่วยเหลือ เพราะพื้นที่หลายอำเภอในจ.ลพบุรีทำข้าวนาปี เก็บเกี่ยวได้ปีละ 1 ครั้ง ถ้าหากยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจะส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมาก

 

วิทย์ณเมธา  สำนักข่าวทีนิวส์