- 07 พ.ย. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ภายหลังจาก น.ส.สุธิรา หงษ์ทอง อายุ 53 ปี พร้อมด้วยน.ส.สุกัญญา สิงห์โต อายุ 29 ปี แม่และพี่สาว ได้พานายกิตติศักดิ์ หรือบอย สิงโต อายุ 25 ปี อาชีพฝ่ายคัดกรองเอกสาร สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตลิ่งชัน พร้อมสภาพจมูกหัก ใบหน้าบวมปูด และบริเวณใต้ตาทั้งสองข้างเขียวคล้ำ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.สมยศ บุญญะแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.ยานนาวา เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ภายหลังจากนายบอย ถูกนายอัครณัฐ หรือน๊อต อริยฤทธิ์วิกุล อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 256/2 ซอยบางขวาง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม. ทำร้ายร่างกายจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส
ต่อมา นายอัครณัฐ หรือ น๊อต พร้อมนายอดุล ทินะพงศ์ ซึ่งเป็นบิดาและมีอาชีพเป็นทนายความ ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สมยศ บุญญะแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.ยานนาวา เพื่อให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม โดยทางพนักงานสอบสวนได้นำตัวทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนที่ห้องพนักงานสอบสวน ชั้น 2 ของสถานีตำรวจนครบาลยานนาวา แต่ได้แยกกันสอบเป็นห้องคดีทางอาญาที่มีการทำร้ายร่างกาย และห้องคดีจราจร
โดยมีรายงานว่า ในช่วงที่มีการสอบนายอัครณัฐนั้น ได้มีบุคคลส่งข้อความมาด่าผ่านทางโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง และทางมารดาได้ส่งข้อความมาบอกกับนายอัครณัฐว่า มีบุคคลผู้ไม่หวังดีนำสิ่งของไปขว้างปาที่หน้าบ้านด้วยเช่นกัน ซึ่งในส่วนนี้ จะยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีใดๆ แต่จะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกรต่อไป เพื่อความปลอดภัย
โดยภายหลังจากที่ทางนายอัครณัฐได้ให้การกับพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นในส่วนของคดีจราจร ทางพนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อหากับนายกิตติศักดิ์ ที่เป็นคู่กรณีในฐานขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์ และไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ โดยหลังจากนี้จะให้ทั้ง 2 ฝ่ายนำรถไปตรวจสภาพที่จราจรกลาง เพื่อเป็นหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงทางเจ้าหน้าที่ก็จะเชิญพยานแวดล้อมมาสอบปากคำ และเก็บรวบรวมกล้องวงจรปิดมาประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับนายอัครณัฐฐานทำร้ายร่างกายต่อไป
โดยหลังจากที่การสอบปากคำเสร็จสิ้น ทางนายกิตติศักดิ์ สิงห์โต คู่กรณีที่ถูกทำร้าย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ในวันนั้นเกิดจากที่แท็กซี่ได้เข้ามาชนด้านหลังรถจักรยานยนต์ของผม จึงได้เลยไปชนรถของพี่น็อต และผมเห็นว่าแค่เฉี่ยวเป็นรอยเล็กน้อย จึงได้ขี่ไปเลย ในขณะนั้นพี่น็อตก็ตะโกนว่าชนแล้วหนี ผมก็เลยจะขับรถกลับมาบอกว่าแท๊กซี่ชนรถของผม
แต่ในขณะนั้นพี่น็อตคงจะโมโหจึงได้เกิดเหตุการณ์ตามคลิปวิดีโอที่เกิดขึ้น ที่พี่น็อตเข้ามากระชาก แล้วก็ต่อย โดยหลังจากนั้นก็ได้มาพูดคุยกันที่สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา และพี่น็อตก็ได้ขอร้องให้เห็นใจว่าเป็นพิธีกร ต้องทำงาน ผมกับแม่เลยไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีใดๆ จนมาในวันนี้หลังจากที่แม่เห็นคลิปแล้วรับไม่ได้ จึงได้มาแจ้งความดำเนินคดี
ส่วนอาการล่าสุดนั้น ทางแพทย์ให้ความเห็นว่าจมูกหัก ซึ่งนัดดูอาการเพิ่มเติมอีกในวันจันทร์ (7 พ.ย.) นี้ ซึ่งทางค่าใช้จ่ายพี่น็อตก็บอกว่าจะดูแล แต่ในเรื่องการรักษาพยาบาลก็มีประกันสังคมอยู่แล้ว
ขณะที่ นางสุธิรา หงษ์ทอง มารดาของนายบอย ระบุว่าลึกๆแล้ว แม่ก็ไม่ได้เป็นคนอาฆาต และได้ให้อภัยน็อตตั้งแต่ครั้งแรก แต่จากที่เห็นในคลิปก็ยอมรับว่าแม่รับไม่ได้ ซึ่งหลังจากนี้ก็ต้องว่ากันไปตามกฏหมาย ใครผิดก็ว่าไปตามความผิด แต่ในส่วนตัวแล้วก็พร้อมที่จะให้อภัย แต่ทุกสิ่งอย่างที่ได้ทำอะไรกันไว้ก็ต้องชดใช้กันไป แม่ไม่ได้ต้องการที่จะทำร้ายน็อต เพราะไม่เช่นนั้น แม่ก็คงจะแจ้งความตั้งแต่วันแรกแล้ว
เช่นเดียวกับ นางสาวสุกัญญา สิงห์โต พี่สาว ของนายบอย กล่าวว่า ในครั้งแรกที่รู้เรื่อง ก็ไม่ได้คิดจะเอาเรื่องอะไร แต่หลังจากที่เห็นในคลิปแล้ว ก็คิดว่า แค่รถเพียงนิดเดียวแลกกับน้องที่ต้องจมูกเบี้ยว ลองเปลี่ยนกันให้เขาจมูกเบี้ยวแล้วรถเราเป็นรอยบ้างไหม เขาห่วงรถ แต่เราก็ห่วงชีวิตของเราเอง
ทางด้านนายอัครณัฐ ดารานักแสดงคู่กรณี เปิดใจถึงเหตุการณ์ทั้งหมดว่า ” ผมสาบานว่าผมขอโทษที่ทำร้ายน้องบอย ผมบอกแม่ของน้องว่า แม้ผมไม่ค่อยมีเงิน ผมเป็นเด็กรับผิดชอบ วันนี้มีคนบุกมาปาไข่ที่ร้านผม พ่อแม่ผมโดนหมด ร้านอาหารผมก็โดน ผมถามว่าคนเหล่านั้นทำอะไรผิด ผมทำผิด ผมรับผิดชอบ ผมไม่เคยหนีไปไหน ผมไม่มีความจำเป็นที่ต้องหนีไปไหน ผมไม่ได้มาสร้างภาพเป็นคนดี ทุกอย่างอยู่ที่ใจของผม ผมตั้งใจทำมันออกมา แต่การกระทำแค่ 1 นาทีครึ่งนั้น อย่าเอาเรื่องนี้มาตัดสินผมเลย ( คลิป 1 - 3 เปิดใจเหตุการณ์เดิม อ้างเคลียร์คู่กรณีเรียบร้อยแล้ว)
โดยขณะนั้น ผมผิด ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเขาจะมีมีดมีปืนอะไรหรือเปล่า แต่ผมก็กลัว ตอนนั้นผมคิดว่าน้องต้องขอโทษ ผมก็บอกให้เขากราบ ผมผิดที่ผมใช้อารมณ์ และเมื่อถูกถามว่าเมื่อน้องเขาขอโทษแล้วทำไมต้องทำร้ายด้วยนั้น นายอัครณัฐ ระบุว่า ก็ใช่ น้องเขาขอโทษ แต่ตอนนั้นมันเร็วมาก ดอกสุดท้ายนั้นไม่ทันจริงๆ ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่าผมขอโทษครับกับน้องบอย คุณแม่สุธิรา และญาติๆ ผมขอโทษที่ทำให้น้องเจ็บ ผมจะรับผิดชอบและจะดูแลเรื่องนี้ตราบเท่าที่ผมจะทำได้
ทั้งนี้ นายน็อตได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอร้องนะครับ การพิมพ์ข้อความของพวกคุณ มันบั่นทอนจิตใจของผม แต่ไม่เป็นไร แต่อย่าทำร้ายคนอื่น เพราะพวกเขาไม่เกี่ยว อย่าตัดสินผมแค่ 1 นาทีครึ่งแล้วมาทำร้ายครอบครัวผม ( คลิป 4 -5 อ้างคู่กรณียอมรับการขอโทษ ยินดีชดใช้ความเสียหาย)
ขณะที่นายอดุล ทินะพงศ์ ทนายความ กล่าวว่า ขอให้ดูทรัพย์สินที่เสียหายสิครับ ดูร่องรอยไฟท้ายรถก่อนครับว่าเสียหายมั้ยครับ ถ้านักข่าวโดนคนหยิบมือถือแล้วปาทิ้ง จะรู้สึกอย่างไร อย่าบอกว่าไม่โกรธนะครับ ถ้าไม่โกรธ ผมขอมือถือมาปาหน่อยครับ
จากนั้น นายน็อตจึงได้เข้าไปไหว้ขอโทษนางสุธิรา หงษ์ทอง มารดา และนางสาวสุกัญญา สิงห์โต พี่สาว ของนายบอย ที่เป็นคู่กรณีในเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกครั้ง และยืนยันพร้อมจะเข้าช่วยเหลือต่างๆต่อไป
อย่างไรก็ตามเนื่องคดีอาญาถือเป็นความผิดที่ไม่อาจยอมความได้ โดยความผิดฐานทำร้ายร่างกาย อันเป็นอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท และถ้าผู้ถูกกระทำมีอาการสาหัส จะเป็นความผิดตาม มาตรา 297 ซึ่งระบุว่าผู้ใดกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี ขณะเดียวกันยังอาจเข้าข่ายการกระทำผิดต่อเสรีภาพ ตามมาตรา 309 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนความผิดของ นายกิตติศักดิ์ ผู้ขับขี่รถจักรยานเฉี่ยวชน ถ้าเป็นการกระทำโดยประมาทจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ข้อหาประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย แต่ถ้าหากพบว่ามีพฤติการณ์ชนแล้วหนีจะมีความผิดตาม มาตรา 78 ของ พ.ร.บ.จราจร มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000-10,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.
